หน้าแรก ภูมิภาค รวบพนักงานขนส...

รวบพนักงานขนส่งเอกชน ขายชื่อลูกค้าให้แม่ค้าออนไลน์ ส่งพัสดุหลอกเก็บเงินปลายทาง ได้ค่าจ้างชื่อละบาท 

19.11.25 | 13:46 น.

รวบพนักงานขนส่งเอกชน ขายชื่อลูกค้าให้แม่ค้าออนไลน์ ส่งพัสดุหลอกเก็บเงินปลายทาง ได้ค่าจ้างชื่อละบาท 

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 16 พ.ย. พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต นำกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เข้าตรวจสอบโกดังต้องสงสัยว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย ตั้งอยู่เลขที่ 143/96 โบ๊ทพลาซ่า ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยมาเช่าอาคารดังกล่าวไว้ เพื่อทำเป็นโกดังส่งสินค้าที่ไม่ถูกต้อง โดยที่ลูกค้าไม่ได้สมัครใจในการสั่งซื้อ ลักลอบนำรายชื่อลูกค้าเก่ามาใช้ส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เพื่อฉ้อโกงประชาชนเป็นวงกว้าง และยังพบว่าผู้ต้องสงสัยมีเงินหมุนเวียนในแต่ละวันเกือบแสนบาท ผลการตรวจสอบพบกระทำความผิด ทำการจับกุม ผู้ต้องหา แม่ค้าออนไลน์ 1 ราย พร้อมของกลางกว่า 20,000 ชิ้น และได้สอบสวนขยายผลเพิ่มเติมก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นและหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ต นำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายสำคัญ เมื่อ 18 พ.ย.68 ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยในชั้นจับกุม น.ส.นัน ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ควบคุมตัวไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองภูเก็ต

พ.ต.อ.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต  พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันสอบปากคำ น.ส.นัน (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา ที่นำรายชื่อมาขายให้เจ้าของสินค้า ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 18 พ.ย.68 ในข้อหาสนับสนุนฉ้อโกงประชาชน และใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อนำไปใช้หรือให้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด โดยได้กระทำโดยชื้อ เสนอชื้อ ขาย เสนอขาย แลกเปลี่ยน เสนอแลกเปลี่ยน หรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต สามารถยึดของกลางเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รายชื่อข้อมูลลูกค้าจำนวนหนึ่ง และหลักฐานเชื่อมโยงการซื้อขายข้อมูลต้องห้ามดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่น

 

Advertisement

พ.ต.อ.กิติพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้จากการสอบสวน ล่าสุดผู้ต้องหาให้การว่าเคยเป็นแม่ค้าออนไลน์ขายสินค้าทั่วไปผ่านโซเชียล จากนั้นได้มาซื้อสินค้าจากกรุงเทพฯบรรจุลงกล่องที่ภูเก็ต ส่งไปตามบ้านเรือนของประชาชนทั่วประเทศเก็บเงินปลายทาง โดยได้รายชื่อลูกค้าจากบริษัทขนส่งเอกชนรายชื่อละ 1 บาท และเป็นชื่อลูกค้า แล้วติดหน้ากล่องกระดาษ ภายในสินค้าชนิดต่างๆ โดยผ่านบริษัทขนส่งเอกชน เพื่อส่งไปยังประชาชนทั่วประเทศ และสินค้าที่ถูกตีกลับมายังบริษัทขนส่งเอกชน จะนำกลับมาแพคส่งใหม่ จ่าหน้าซองใหม่ จัดส่งซ้ำไปอีกทำเช่นนี้ ทุกวัน ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ สภ.เมืองภูเก็ต เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการรับพัสดุเก็บเงินปลายทางที่ไม่ได้สั่งซื้อ และหากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งความทันที เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของขบวนการฉ้อโกงออนไลน์ที่ยังคงปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง