เงินกฐินพาวุ่น! ชาวบ้าน 2 กลุ่ม แย่งบริหาร หลังไม่มั่นใจความโปร่งใส ลามถึงปัญหาที่ดินบริจาค
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีชาวบ้าน บ้านหนองกวางทอง ต.สระแก้ว อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ กลุ่มหนึ่งที่พยายามร้องขอให้มีการเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารเงินวัด หลังได้เงินทอดกฐินมากว่า 660,000 บาทหักค่าใช้จ่ายเหลือเงินสดกว่า 570,000 บาท เพราะไม่มั่นใจในความโปร่งใสของคณะกรรมการชุดเดิม
ทำให้เรื่องถึงขั้นให้ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้ามาไกล่เกลี่ยที่ สภ.หนองหงส์ อ.หนองหงส์ จนเรื่องจบลงด้วยดีโดยให้เปิดบัญชีใหม่และใช้คณะกรรมการชุดใหม่กับชุดเก่าคละกันไป ท่ามกลางความแคลงใจให้กับชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง เพราะมีข้อสงสัยเรื่องการเงินอีกหลายเรื่อง
ล่าสุดนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ได้ออกมาเปิดเผยความผิดปกติของวัดอีกเรื่องหนึ่งว่า ยายของตนซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเคยมอบที่ดินให้กับวัดจำนวน 10 ไร่ เมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมไปโอนที่ดินเข้าเป็นของวัด ทั้งยังให้ อบต.ไปสร้างศูนย์เด็กภายในที่ดินที่ยายของตนบริจาค ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ตอนนี้ได้เดินเรื่องถึงศาลแล้วเพื่อขอให้วัดโอนไปเป็นที่ดินของวัดและให้ย้ายศูนย์เด็กออกไปเพราะเป็นคนละส่วนกัน

ขณะที่ นางประทุม (สงวนนามสกุล) หนึ่งในชาวบ้านกลุ่มตรงข้ามกับเจ้าอาวาส เล่าว่าตอนนี้ชาวบ้านยังไม่เข้าใจในการจัดการบริหารเงินสัจจะ หรือเงินออมของชาวบ้านที่ชาวบ้านจะเอาเงินมาออมไว้ที่วัด
คณะกรรมการชุดนี้เป็นคนของเจ้าอาวาส เอาเงินที่ชาวบ้านออมมาจ่ายเงินกู้ ให้ชาวบ้านดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน แต่ก็ยอมรับว่ามีการแบ่งเงินเป็นสัดส่วนคือหากมีสมาชิกเสียชีวิต ก็จะได้เงินช่วยฌาปนกิจศพอันนี้ตนเข้าใจ แต่อีกส่วนหนึ่งตนไม่ค่อยเข้าใจ คือ เงินค่าตอบแทนของคณะกรรมการจะได้รับเงินเดือนจากการบริหารเงินเพราะไม่ได้ทำงานอะไรมากคิดว่าเป็นจิตอาสา ส่วนที่ตนงงที่สุดคือเงินได้จากการจ่ายดอกเบี้ยจะเอาไป “ทัศนศึกษา” อันนี้คือการไปเที่ยวประจำปีของคณะกรรมการหรือไม่
สอบถามพระครูประทีปอายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัด ถึงเงินสัจจะ ได้รับออกมายอมรับว่าเอาเงินไปปล่อยเงินกู้ร้องละ 2 บาทจริง เพราะต้องการให้เงินออกดอกผล และยอมรับอีกว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้คณะกรรมการ และเอาไปทัศนศึกษาประจำปี
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายสุพรรณ์ ศรีภูวงค์ นายก อบต.สระแก้ว อ.หนองหงส์ กล่าวว่าเรื่องที่ดินตนไม่ทราบเพราะตนมารับตำแหน่งภายหลัง เท่าที่ทราบ อบต.คิดว่าเป็นที่ดินของวัดจึงตั้งงบประมาณมาสร้างศูนย์เด็ก แต่หากจะให้ย้ายตอนนี้คงทำได้ยากเพราะไม่มีที่ดินสาธารณะสร้าง ซึ่งจะต้องหารือกันต่อไป


