แม่โวยครูตบบ้องหู ลูกชาย ป.6 แถมให้รุ่นพี่ ม.1 เวียนเขกหัว จนปวดศีรษะ-อายไม่กล้าไปเรียน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปโคกนาคลอง ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังได้รับการร้องขอความเป็นธรรมจาก นางกันนิกา อายุ 47 ปี กรณีลูกชายชื่อ ด.ช.เก้า อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.โนนสูง จ.อุดรธานี โดนครูณี อายุ 58 ปี ครูสอนวิชาสังคมศึกษา ทำโทษด้วยการตบบ้องหู และให้นักเรียนรุ่นพี่ประมาณ 10 กว่าคนเขกหัว จนมีอาการรปวดศีรษะ อาเจียน เป็นไข้ จึงไปแจ้งความดำเนินคดีกับคุณครู และน้องเก้าไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะโดนเพื่อนพูดจาเยาะเย้ยจนอับอาย เหตุเกิดวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
เมื่อเดินทางไปถึงบ้าน พบเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อุดรธานี กำลังสอบถามนางกันนิกาและน้องเก้า ถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแม่น้องเก้ายืนยัน ขอดำเนินคดีครูณี เพราะลูกบาดเจ็บทั้งกายและจิตใจ จึงได้แนะนำให้แม่พาน้องเก้าไปตรวจร่างกาย และแจ้งความดำเนินกับคุณครูตามความต้องการ ก่อนจะเดินทางกลับ

นางกันนิกาเล่าว่า ตนมีลูก 3 คน น้องเก้าเป็นคนสุดท้อง มีนิสัยดื้อและซนตามประสาเด็ก วันเกิดเหตุ ลูกโทรมาบอกพ่อว่าโดนครูตี มีอาการปวดศีรษะ พ่อจึงไปหาน้องเก้าที่โรงเรียน และได้พบกับครูณี ซึ่งครูณียังไม่สำนึกผิดแถมพูดไม่ดี แต่พ่อน้องเก้าก็ไม่อยากมีเรื่อง จึงขอครูอย่าทำกับลูกแบบนี้อีกแล้วเดินทางกลับ แต่พอน้องเก้ากลับมาบ้าน รู้สึกปวดศีรษะมากและอาเจียน ตนจึงพาลูกไปโรงพยาบาล หมอให้ยามากินและกลับบ้าน ตนจึงพาลูกไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ต่อมาน้องเก้าก็ไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะรู้สึกอับอายเพื่อน และขอย้ายโรงเรียน
“ยอมรับว่าน้องเก้าเป็นเด็กดื้อ แต่ถ้าครูจะลงโทษด้วยการตีด้วยไม้เรียว หรือครูตีคนเดียวก็พอรับได้ แต่ครูกลับบอกให้นักเรียนรุ่นพี่มาเขกหัวจนได้รับบาดเจ็บกายและจิตใจ ไม่มีพ่อแม่คนไหนรับได้ ซึ่งพี่สาวน้องเก้าเกรงว่าเรื่องจะเงียบ เพราะครูณีมีสามีเป็นตำรวจ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อ ซึ่งเมื่อเช้านี้ ได้มีผู้อำนวยการโรงเรียน ครูณี เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 มาพบที่บ้านและขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว”
ส่วนน้องเก้าเล่าว่า วันเกิดเหตุ ตนลงมาจากอาคารเรียน พบว่ามีข้าวเปลือกอยู่ในรองเท้า จึงได้ถามเพื่อนว่าใครเอามาใส่ เพื่อนบอกว่าพี่ ม.1 เอามาใส่ ตนจึงเอาข้าวเปลือกไปใส่รองเท้ารุ่นพี่คืน รุ่นพี่มาเห็นรองเท้ามีข้าวเปลือกจึงไปฟ้องครูณี และครูมาถามว่าใครเอาไปใส่ ตนก็ยกมือยอมรับว่าผมครับ ครูพูดว่าคิดได้อย่างไรเอาข้าวเปลือกมาใส่รองเท้าเพื่อน แล้วครูก็ตบบ้องหูซ้ายตน 1 ครั้ง จนรู้สึกเจ็บจนชา ยังไม่พอ ครูสั่งให้พี่ ม.1 ซึ่งมีประมาณ 10 กว่าคน รุมเขกหัวตน จนเจ็บหัว แถมยังโดนเพื่อนล้อ ทำให้รู้สึกอับอาย ตกค่ำก็ปวดศีรษะมากและอาเจียน แม่พาไปโรงพยาบาลและแจ้งความ ซึ่งตนจะไม่ไปโรงเรียนนี้อีก จะไปเรียนที่โรงเรียนใหม่

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเรียนเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ริมถนนมิตรภาพ (อุดรธานี-ขอนแก่น) ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งได้รับแจ้งจากครูในโรงเรียนว่า ผู้อำนวยการไม่สะดวกให้ข้อมูลและได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 (สพป.อุดรธานี เขต 1) เรียบร้อยแล้ว ส่วนครูณีก็ยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์
จากการสอบถามเด็กนักเรียน ซึ่งกำลังเล่นอยู่ในสนามกีฬา เล่าว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง เพราะว่านายเก้าเป็นเด็กดื้อ ชอบแกล้งเพื่อน ชอบด่าทอรุ่นพี่ บางครั้งก็ลามปามถึงพ่อถึงแม่ ครูจึงได้สั่งลงโทษ ซึ่งเพื่อนชั้น ป.6 ที่เรียนด้วยกันเล่าว่า เห็น ด.ช.เก้าเอาแกลบมาใส่รองเท้าพี่ ม.1 ครูจึงเรียก ด.ช.เก้าไปอบรมสั่งสอน ก่อนจะเรียกพี่ ม.1 มาตบศีรษะ เห็นแล้วก็สงสารเพื่อนเหมือนกัน ส่วนนักเรียน ม.3 ให้ข้อมูลว่า ครูณีเป็นครูที่ใจดี มีระเบียบวินัย ถ้าเด็กนักเรียนไม่ดื้อครูก็จะไม่ตีนักเรียน
ต่อมาเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.เศรษฐ์วิทย คุณเศรษฐ์ สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยนาข่า ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ได้เชิญคู่กรณีทั้งสองมาไกล่เกลี่ยที่โรงพัก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ โดยนางกันนิกา เรียกร้องค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญ ด.ช.เก้า 8 หมื่นบาท แต่ครูณีมีเพียง 4 หมื่นบาท ทำให้ตกลงกันไม่ได้ นางกันนิกาได้นำ ด.ช.เก้า และญาติเดินทางกลับบ้าน
ส่วนครูณี ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพและบันทึกเสียง แต่เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันเกิดเหตุได้สอบถาม ด.ช.เก้า ยอมรับว่าเป็นคนที่แกล้งรุ่นพี่ ม.1 จริง และได้ทำตามที่เด็กกล่าวหา แต่ก็รู้สึกผิดที่ให้เด็ก ม.1 ทั้งห้องมาตบศีรษะ ด.ช.เก้า ก็ยอมรับว่าทำผิดพลาด แต่ก็มีเหตุผลที่ได้ทำลงไปเพราะว่า ด.ช.เก้ามีนิสัยชอบแกล้งเพื่อน จึงอยากให้ ด.ช.เก้ารู้ว่าเมื่อตัวเองโดนแกล้งจะรู้สึกอย่างไร
“รับราชการครูมา 30 ปี ก็อยากให้ลูกศิษย์เป็นคนดี รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ครอบครัวของ ด.ช.เก้า เรียกร้องค่าเสียหายมากเกินไป ถ้าเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล และค่าทำขวัญ 3-4 หมื่นบาท ก็พอจะหามาให้ เมื่อไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนเรื่องระเบียบวินัยก็ให้ผู้บังคับบัญชารายงานตามลำดับชั้นขึ้นไป ซึ่งตนยอมรับผิดหมดทุกอย่าง”


