อบต. ยันไม่นิ่งนอนใจ เร่งติดตะแกรงเหล็กศูนย์เด็กเล็ก ปิดช่องโหว่ หลังเด็กน้อยวิ่งบนถนน
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์สุดระทึกในกลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 โดยเป็นภาพของเด็กหญิงวัยกำลังดูดขวดนม สวมชุดสีชมพู พร้อมถุงเท้านักเรียน วิ่งออกมาอยู่กลางถนนเส้นทางเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) บริเวณประตู 1 หน้าศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่ง สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก โชคดีที่มีพลเมืองดีเป็นชายคนหนึ่งวิ่งข้ามถนนเข้าอุ้มเด็กกลับมาในที่ปลอดภัยได้ทันเวลา ก่อนที่รถที่สัญจรไปมาจะประสบเหตุ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้ตั้งคำถามถึงความหละหลวมของศูนย์เด็กเล็กที่ปล่อยให้เด็กวิ่งออกมานอกรั้วได้ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ตามมาอย่างกว้างขวาง
อ่านข่าว – ช่วยกันวุ่น! เด็กเล็กวิ่งบนถนนหน้าศูนย์เด็ก ผู้ปกครองเผยครูขอโทษแล้ว รับปากไม่ให้เกิดอีก
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.หนองจะบก ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางสาวฉาฑิญา เสาวกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองจะบก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองช่าง อบต.หนองจะบก นำเหล็กมาเชื่อมติดบริเวณระเบียงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อเพิ่มความถี่ไม่ให้เด็กเล็กสามารถลอดออกมาได้ โดยมีนายวีระศักดิ์ ก้องเสียง รองนายก อบต., นางพรพิมล ทิพย์โอสถ รองนายก อบต. และว่าที่ ร.ต.อำไพ มุงคุนพรม ผอ.กองการศึกษา อบต.หนองจะบก มาติดตามดูแลการดำเนินการติดตั้งตะแกรงเหล็กอย่างใกล้ชิด

ด้านว่าที่ ร.ต.อำไพ มุงคุนพรม ผอ.กองการศึกษา อบต.หนองจะบก กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณเที่ยง ซึ่งเป็นเวลาอาหารกลางวันของเด็กคนอื่น ๆ ขณะนั้นเด็กหญิงในคลิปกำลังหลับอยู่ในห้องพยาบาลซึ่งแยกออกจากกลุ่มใหญ่ และเมื่อครูพาเด็กไปทานอาหารเสร็จแล้วกลับมาปลุกเด็กคนดังกล่าวก็ไม่พบตัว จึงรีบออกติดตามหาบริเวณโดยรอบ ก่อนจะพบว่าเด็กอยู่กับญาติที่ขายน้ำอยู่หน้าโรงเรียน เด็กปลอดภัยดีไม่มีอันตราย จากนั้นตนได้ประสานพูดคุยกับผู้ปกครองทันที โดยแม่ของเด็กได้โทรศัพท์เข้ามาในช่วงเวลา 14.00 น. ซึ่งตนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ผู้เป็นแม่เข้าใจสถานการณ์และฝากให้ดูแลความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น ส่วนพ่อของเด็กซึ่งมารับลูกในเวลา 15.00 น. ก็ไม่ได้ติดใจแต่กำชับให้เพิ่มความเอาใจใส่เด็กทุกคนให้มากกว่าเดิม

ทาง อบต.หนองจะบกได้เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขทันที โดยได้รับความร่วมมือจากกองช่าง อบต.เข้ามาติดตั้งตะแกรงเหล็กเพื่อปิดช่องว่างบริเวณประตูและราวบันได แม้ในวันเกิดเหตุประตูใหญ่ของโรงเรียนที่ปกติจะปิด กลับถูกเปิดทิ้งไว้เนื่องจากมีคนเข้าออก แต่ อบต.หนองจะบก ยืนยันว่าจะเพิ่มมาตรการป้องกันระยะยาว ทั้งการออกแบบรั้วกั้นเสริมด้านข้าง การประสานโรงเรียนบ้านหนองปรู ให้กำหนดเวลาเปิด–ปิดประตูให้ชัดเจน รวมถึงการจัดเวรครูดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมทั้งย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยืนยันว่าศูนย์ฯ มีมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับหนึ่งอยู่แล้ว โดยวันเกิดเหตุนั้นมีเด็กมาเรียนทั้งหมด 32 คนจากจำนวนรวม 43 คน
ทาง อบต.หนองจะบก ต้องขออภัยต่อผู้ปกครองเป็นอย่างสูง และขอขอบคุณที่ยังไว้วางใจให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดูแลบุตรหลาน ทาง อบต.หนองจะบกและคณะผู้บริหารจะเพิ่มความเข้มงวดในการทำงาน ดูแลเด็กทุกคนอย่างรอบด้าน ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะทำทุกทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด


