ฝนถล่มหนัก น้ำท่วมถนนสายเอเชียขาออก จ.นราธิวาส รองผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์-ติดตามใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน จังหวัดนราธิวาส เผชิญผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่องตามการแจ้งเตือนของศูนย์อุตุนิยมวิทยา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายเอเชียในพื้นที่ อ.บาเจาะ ซึ่งเป็นพื้นที่แรกๆ ที่เริ่มได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้น
โดยพบว่าน้ำได้ท่วมขังเส้นทางจราจรบริเวณ หมู่ 5 บ้านปาลุกาสาเมาะ ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ ตั้งแต่บ้านกาเยาะมาตีไปจนถึงหน้าโรงเรียนบ้านกาเยาะมาตี ระยะทางประมาณ 300 เมตร แม้รถยังสามารถสัญจรได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
โดยองค์การบริหารส่วนตำบลกาเยาะมาตี ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าดูแลและอำนวยความสะดวกการจราจร พร้อมประชาสัมพันธ์เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระวัง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเด็กออกมาเล่นน้ำริมถนน จึงขอให้ผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด และห้ามลงเล่นในคูน้ำเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำฝนสูงสุดเกิน 100 มิลลิเมตร รายงานปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างเวลา 07.00 น. เมื่อวาน ถึง 07.00 น. วันนี้ พบว่ามีปริมาณฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดย 2 อำเภอที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดเกิน 100 มิลลิเมตร คือ อ.ระแงะ วัดได้ 133.4 มม. อ.ตากใบ วัดได้ 122.6 มม. รองลงมาคือ อ.บาเจาะ วัดได้ 91.8 มม.
ด้านนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมให้แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบล่วงหน้าอย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ชี้แจงแผนการเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัย โดยได้มีการติดตั้งระบบควบคุมระยะไกลประตูระบายน้ำบางนราตอนบน (IOT) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ เตรียมพร้อมในการแจ้งเตือนภัยและเปิดช่องทางระบายน้ำ รวมถึงการพร่องน้ำและกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำไหลผ่าน ระดับน้ำในลุ่มน้ำ 3 สายหลัก (ลุ่มน้ำสายบุรี, ลุ่มน้ำโก-ลก, ลุ่มน้ำบางนรา) และบริเวณริมคลองยะกัง ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ (ธงเขียว)
อย่างไรก็ตาม ให้ประชาชนในพื้นที่ขอให้ติดตามข้อมูลจากทางราชการและการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจนถึงวันที่ 23 พ.ย.2568 หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายอดินันต์ หลานหมาด หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนราธิวาส โดยยืนยันภาพรวมทั้ง 3 ลุ่มน้ำยังอยู่ในสภาวะปกติ แต่เฝ้าระวังคลองยะกัง ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 50 เซนติเมตร พร้อมสั่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำใน 13 อำเภอรับมือน้ำท่วมซ้ำซาก สถานการณ์ดีกว่าปี 2567 เนื่องจากฝนไม่ตกแช่
นายอดินันต์ เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำในจังหวัดนราธิวาสว่า โดยรวมแล้วทั้งสามลุ่มน้ำหลักยังคงอยู่ในสภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษที่ คลองยะกัง ซึ่งพบว่ามีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร จากเมื่อวาน นอกจากนี้ ยังมีรายงานการเกิดน้ำป่าไหลหลากในลำน้ำบางส่วน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และยังไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างมากนักเน้นเฝ้าระวัง ‘สุไหงโก-ลก’ และชุมชนเมืองพื้นที่ที่กรมชลประทานให้ความสำคัญเป็นพิเศษและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ แม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ และลุ่มน้ำคลองยะกัง
นอกจากนี้ ยังมีการเน้นย้ำให้ระวังพื้นที่ชุมชนเมือง ได้แก่ ชุมชนเมืองนราธิวาส ชุมชนสุไหงโก-ลก และชุมชนตันหยงมัส อำเภอระแงะ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 13 อำเภอ และท่าอากาศยานเพื่อเป็นการรับมือสถานการณ์ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมในจุดเสี่ยงทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ด้วยการติดตั้ง เครื่องสูบน้ำ เพื่อดำเนินการพร่องน้ำล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ท่าอากาศยานนราธิวาส ซึ่งเป็นช่องทางคมนาคมสำคัญ เพื่อรอรับมวลน้ำและป้องกันผลกระทบฝนไม่ตกแช่ สถานการณ์ดีกว่าปี 2567
นายอดินันต์ได้เปรียบเทียบสถานการณ์กับปี 2567 โดยระบุว่า แม้จะยังต้องเฝ้าระวัง แต่สถานการณ์ในปัจจุบันไม่น่าเป็นห่วงเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากในปี 2567 ฝนตกสะสมและตกแช่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยไม่มีการเคลื่อนตัว แต่ในปัจจุบัน ฝนได้มีการเคลื่อนตัวขึ้นไปทางร่องมรสุม ทำให้ ไม่มีการตกแช่ อย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม ตามคาดการณ์ระบุว่ายังคงมีปริมาณฝนสะสมเหลืออยู่ประมาณ 800 มิลลิเมตร จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมประสานข้อมูลต่างๆ เพื่อรับมืออย่างต่อเนื่อง


