ที่ปรึกษา รมว.ทส. นำทีม ฉก.ทส. นำหมายค้นลุยตรวจสอบรีสอร์ตวิวร้อยล้าน ชื่อดังเมืองกาญจน์ หลังสืบพบหลักฐานซื้อขายเปลี่ยนมือจากผู้มีสิทธิ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ กลายเป็นของนายทุน
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำชุดเฉพาะกิจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม (ฉก.ทส.) นำโดย นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นายเทวินทร์ มีทรัพย์ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นายโดม จันทร์สุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม นายฉกาจ อาสาสนา ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอศรีสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ท่ากระดาน พร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำหมายศาลจังหวัดกาญจนบุรีเข้าตรวจค้น รีสอร์ตชื่อดังแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ท้องที่หมู่ 3 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าที่ดินของประชาชนที่มีสิทธิตามมาตรา 64 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ถูกขายเปลี่ยนมือไปเป็นของนายทุน นำมาสร้างเป็นที่พักหรูให้บริการแก่นักท่องเที่ยวโดยผิดกฎหมาย

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ได้เรียกพนักงานมาพบ พร้อมอ่านหมายค้นให้พนักงานเข้าใจถึงสาเหตุการมาตรวจสอบ หลังจากอ่านหมายค้นแล้วเสร็จ พนักงานจึงนำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ พบสถานที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมีลักษณะเป็นเต็นท์กระโจม สร้างอยู่บนหน้าผาสูง บรรยากาศแบบซีวิว มองจากที่สูงลงไปเห็นอ่างเก็บน้ำและเกาะแก่งต่างๆ ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ได้อย่างสวยงาม
โดยเต็นท์กระโจมสร้างห่างกันอย่างเป็นสัดส่วน มีจำนวน 8 หลัง ห้องพักทั้ง 8 หลังยกพื้นสูง มีสะพานทางเดินเข้าถึง และยังพบลานสำหรับกางเต้นท์อีก 6 จุด นอกจากนี้ ยังมีห้องให้บริการเป็นบ้านพักชั้นครึ่ง และบ้านพักหลังใหญ่ 2 ชั้น รวมถึงสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวม 44 รายการ
ขณะเข้าตรวจสอบพบว่ามีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการอยู่จำนวนหนึ่ง โดยพนักงานแจ้งว่าพวกตนทำงานมีรายได้เป็นรายวัน วันละ 300 บาท หากมีโอทีจะได้ชั่วโมงละ 50 บาท สำหรับเจ้าของไม่อยู่ในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะมาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ขณะที่ผู้จัดการไม่อยู่ เพราะเพิ่งเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด

นายพิพัฒน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เปิดเผยว่า ปี 2553 ผู้ครอบครองที่ดินเดิมคือ นางมณี (นามสมมุติ) ได้แจ้งการครอบครองการสำรวจตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 เนื้อที่ประมาณ 3-3-24 ไร่ ใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยการทำเกษตร
ต่อมาเดือน พ.ย.63 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอราวัณได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ตาม พ.ร.บ.อุทายานฯ 2562 มาตรา 64 พบมีมีเนื้อที่ 12-1-99 ไร่ โดยขณะนั้นนางมณีได้มอบอำนาจให้ นายโฮม (นามสมุติ) เป็นผู้นำพาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบมีบ้านไม้ไผ่ โครงสร้างแบบบ้านน็อกดาวน์ จำนวน 10 หลัง ศาลาแบบเปิดโล่ง โครงสร้างเหล็กยกสูง จำนวน 2 หลัง และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อีกรวม 9 รายการ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงให้ดำเนินการรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงเอาไว้แล้ว
จากนั้นเดือน ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง พบว่าสิ่งปลูกสร้างยังรื้อถอนขนย้ายออกไปไม่หมด ยังพบบ้านพักน็อกดาวน์หลงเหลืออยู่ 4 หลัง อีกทั้งยังพบแรงงานจำนวนหนึ่งกำลังต่อเติมศาลา ต่อเติมก่อสร้างห้องน้ำ และมีการปรับสภาพหน้าดินเพื่อให้สวยงามยิ่งขึ้น จึงเป็นการขัดคำสั่งของพนักงาน ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 4,000 บาท พร้อมกับแจ้งให้นายโฮมดำเนินการรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่
วันที่ 21 ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ได้เรียกนางมณี เจ้าของแปลงที่ดินที่ได้แจ้งเอาไว้มาพบเพื่อให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ ผลปรากฏว่า นางมณีให้การยอมรับสารภาพว่า ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับนายวุธ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นนายทุน ไปแล้วตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งขณะนั้นตนพักอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยได้มอบหมายให้น้องชายดำเนินการแทน หลังจากมอบที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับนายทุนแล้วก็ไม่ทราบว่าเจ้าของที่ดินรายใหม่จะนำที่ดินไปใช้ประโยชน์อะไร แต่คนซื้อก็ยังไม่ได้ประสานมาเพื่อขอเอกสารต่างๆ ในการนำไปติดต่อกับทางราชการที่เกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับหลักฐานเป็นสำเนาหนังสือสัญญาการซื้อขายที่ดินของทั้ง 2 ฝ่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.2558

วันที่ 26 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ยังพบว่ามีการต่อเติมถนนคอนกรีตจากเดิมจนแล้วเสร็จตลอดแนว อีกทั้งยังพบกำลังก่อสร้างกระโจมที่พักอีก 4 หลัง และกำลังก่อสร้างโครงเหล็กรอบต้นไม้ที่เป็นจุดชมวิวหน้าผาริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์อีกด้วย ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้นายโฮมดำเนินการรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกนอกพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการทำบันทึกข้อตกลงเอาไว้เป็นหลักฐาน
ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานต่างๆ อย่างครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังทำการสืบค้นอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็พบหลักฐานทางเว็บไซต์ หรือตามช่องทางออนไลน์ต่างๆ ว่ามีการจองห้องพักของรีสอร์ตวิวร้อยล้าน จึงเป็นที่มาของการขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในการนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในวันนี้
จากการตรวจสอบพบสิ่งผิดกฎหมายที่จะต้องรื้อถอนขนย้ายออกนอกพื้นที่ เช่น เต็นท์กระโจม อาคารห้องพัก ห้องน้ำ และสิ่งปลูกสร้างให้บริการนักท่องเที่ยวชนิดต่างๆ จำนวน 44 รายการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจดทำบันทึกเรื่องราวเพื่อเข้าพบและมอบหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19(1) ฐานบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินก่อสร้าง แผ้วถาง และมาตรา 19(6) เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ และการซื้อ-ขายเปลี่ยนมือ เป็นการกระทำผิดเงื่อนไขการสำรวจการถือครองที่ดินตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 และตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และจะต้องมีการเพิกถอนในที่ดินดังกล่าวต่อไป




