สลด หนุ่มใหญ่ ขี่จยย.มาด้วยความเร็ว ชนท้ายรถไถพ่วงสาลี่บรรทุกข้าวเปลือก เสียชีวิตคาที่
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ท.อิศเรศ ประสมพืช สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดุง ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถสาลี่พ่วงรถไถ ทำให้ชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ 1 ราย เหตุเกิดที่ทางหลวง 2096 อ.บ้านดุง – อ.บ้านม่วง บ.ห้วยปลาโด ม.5 ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวร โรงพยาบาลสมเด็จพยุพราชบ้านดุง และอาสากู้ภัย สมาคมกู้ภัยศรีสุทโธบ้านดุง
ที่เกิดเหตุพบศพนายนายรังสรรค์ อายุ 47 ปี ชาวบ้าน บ.ดงหวาย ม.11 ต.บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี สภาพคอหัก หน้าอกยุบ ไม่สวมหมวกกันน็อค นอนคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ 2 กถ 9551 สกลนคร ด้านหน้ายุบพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์แตกกระจายเกลื่อนพื้น ส่วนที่หน้าบ้านหลังหนึ่งตรงจุดเกิดเหตุ พบรถไถพ่วงสาลี่ บรรทุกกระสอบข้าวเปลือก จอดอยู่หน้าบ้าน โดยมีนายจิรพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของรถไถและเจ้าของบ้าน ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบสวนทราบว่า นายจิรพัฒน์ กำลังบรรทุกข้าวเปลือกจากที่นา กำลังจะเข้าบ้าน โดยมุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านดุง ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ขับมาจากตัวเมือง อ.บ้านดุง มุ่งหน้าขาออก อ.บ้านดุง กลับบ้านที่ บ.ดงหวาย เป็นจังหวะที่รถไถพ่วงสาลี่เลี้ยวจะเข้าบ้าน ตัวรถไถได้เข้าไปในตัวบ้านแล้ว แต่ตัวพ่วงสาลี่ยังตีวงตามเข้าไปในบ้าน ส่วนรถของผู้ตายขับมาด้วยความเร็ว จึงเบรกรถจักรยานยนต์ไม่ทัน ประกอบกับบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่าง และเป็นช่วงฤดูหนาวท้องฟ้ามืดเร็ว จึงพุ่งชนเข้าที่ท้ายพ่วงสาลี่อย่างจัง จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
จากการสอบถาม น.ส.นัน อายุ 42 ปี น้องสาวผู้ตาย ทราบว่า มีพี่น้อง 9 คน คนตายเป็นที่ 6 ตนเป็นคนที่ 9 ตนกับพี่ชายทำงานเป็นคนงานอยู่ที่ร้านตั้งจิต ขายวัสดุทางการเกษตร วันนี้ตนกับพี่ชายขับรถจักรยานยนต์คนละคัน ออกมาทำงานตั้งแต่ 08.00 น. ก่อนที่นายจ้างจะพาไปปลูกอ้อยที่ ต.หนองเม็ก อ.บ้านดุง ช่วงเย็นเลิกงานก็กลับมาที่ร้าน กระทั่ง 18.00 น. ก็พากันขับรถกลับบ้าน ตนตามหลังมาห่างๆ จนมาถึงที่เกิดเหตุ ก็มาพบว่าพี่ชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
ตอนนั้นตนตกใจมากทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่มีคนแถวนั้นโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ เสียใจที่พี่ชายต้องมาจบชีวิตแบบนี้ ยังทำงานและพูดคุยกันอยู่เลย ก่อนออกมาพี่ชายดื่มเหล้าขาวไป 1 ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง เขาออกมาก่อนตน ตนไม่เห็นเหตุการณ์ แต่อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เส้นทางนี้ชาวบ้านต้องสัญจรประจำ ถนนพังเสียหายเป็นคลื่น เนื่องจากมีรถบรรทุกหนักวิ่งประจำ ถนนเป็น 2 เลน แคบ และไม่มีไฟส่องสว่าง ตนกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก อยากให้มาปรับปรุงให้สัญจรไปมาสะดวกและปลอดภัยมากกว่านี้ ไม่อยากให้มีใครตายเพิ่มอีก
เบื้องต้นตำรวจจะได้เชิญคนขับรถไถและพยานในที่เกิดเหตุ มาทำการสอบหากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้อาสากู้ภัยฯ นำไปส่งที่บ้านผู้เสียชีวิต เพื่อทำการประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

