จังหวัดสงขลา ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ด้าน ผู้ว่าฯ สั่งเร่งอพยพ-ระดมกำลังทุกหน่วยรับมือ หลังน้ำท่วมหนัก 16 อำเภอ กระทบกว่า 4.6 แสนคน ขณะร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพาดผ่าน เสี่ยงฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 25 พ.ย.
เมื่อวัน 23 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดสงขลา ประจำปี 2568 เพื่อประเมินสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือและอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยมีคณะผู้บริหารจังหวัด ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ อปท. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล เมื่อวานนี้ ได้เน้นย้ำความห่วงใยถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งจัดตั้งศูนย์อพยพเพิ่มเติม และสนับสนุนเครื่องมือยานพาหนะที่จำเป็น เช่น รถยกสูงของทหาร รถ ปภ. เรือท้องแบน รวมทั้งร้องขอให้ทุกหน่วยงานที่มีเรือเตรียมสนับสนุนทันที เพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ ได้ประสานฝ่ายทหารเร่งอพยพประชาชนที่ยังติดค้างตามโรงแรมต่างๆ หลังมีประกาศตัดไฟในบางพื้นที่

ด้านการช่วยเหลือเบื้องต้น เหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้จัดทำข้าวกล่องวันละ 20,000 กล่องเพื่อกระจายสู่ทุกอำเภอ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับทุกฝ่ายให้ประสานงานใกล้ชิด รับโทรศัพท์ทุกสายเพื่อให้การสั่งการของนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในส่วนของการเยียวยาหลังน้ำลดที่ต้องดำเนินการทันที
ขณะเดียวกัน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านอ่าวไทยตอนล่างเข้าสู่ภาคใต้ตอนล่าง ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงมีกำลังแรง ทำให้พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงจังหวัดสงขลา มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายแห่ง โดยอำเภอเทพา นาทวี สะบ้าย้อย ระโนด กระแสสินธุ์ และ คาบสมุทรสทิงพระ เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสงขลา ยังคงรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19-23 พฤศจิกายน ส่งผลให้ 16 อำเภอ 100 ตำบล 637 หมู่บ้านได้รับน้ำท่วม กระทบประชาชนกว่า 465,000 คน ต้องอพยพ 235 คน แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยอำเภอหาดใหญ่ รัตภูมิ และนาหม่อม ถูกจัดเป็นพื้นที่รุนแรง “ระดับหนักมาก” โดยเฉพาะหาดใหญ่ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 243,000 คน น้ำท่วมขังหลายจุดในเขตเมือง และคลองสายหลักอย่างคลองอู่ตะเภาเริ่มมีระดับน้ำสูงใกล้ล้นตลิ่ง ขณะที่อำเภอระโนดยังเผชิญวาตภัยกระทบกว่า 700 ครัวเรือน

เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้สั่งตั้ง “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าอำเภอหาดใหญ่” พร้อมมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อกำกับการอพยพ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ และประสานอุปกรณ์ช่วยเหลือทุกหน่วยงาน โดยหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เพิ่มกำลังสนับสนุนเต็มที่ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 80 เครื่องใน 68 จุด เพื่อระบายน้ำออกจากชุมชน พร้อมส่งเรือท้องแบนจำนวนมากเข้าสนับสนุนการช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ทหาร ตำรวจ ตชด. อปพร. และจิตอาสา ได้เคลื่อนกำลังช่วยอพยพประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรกว่า 40 คัน ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และอำเภอเทพา ซึ่งเป็นจุดวิกฤตสำคัญ

ด้านความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง บางส่วน 3 หลัง ร้านค้า โรงเรียน และวัดได้รับผลกระทบหลายแห่ง ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมรวมถึงพื้นที่เกษตรกว่า 4,000 ไร่ ทั้งนาข้าว พืชไร่ สวนผลไม้ และบ่อปลา สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรจำนวนมากในพื้นที่เสี่ยง เช่น รัตภูมิ กระแสสินธุ์ และคาบสมุทรสทิงพระ
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลากล่าวอีกว่า แม้ร่องมรสุมมีแนวโน้มเคลื่อนตัวออกสู่ทะเลอันดามันหลังวันที่ 24 พฤศจิกายน แต่ระดับน้ำในลำคลองหลายสายยังคงสูงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงจัดเวรเฝ้าติดตามตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ หาดใหญ่ นาหม่อม รัตภูมิ และระโนด พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในช่วงสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้


