หน้าแรก ภูมิภาค ปัตตานีอ่วม! ...

ปัตตานีอ่วม! น้ำทะลักพังแนวป้องกัน ย่านเศรษฐกิจจมบาดาล ซ้ำมวลน้ำจากยะลาไหลสมทบไม่หยุด

25.11.25 | 17:18 น.

ปัตตานีอ่วม! น้ำทะลักพังแนวป้องกัน ย่านเศรษฐกิจจมบาดาล ซ้ำมวลน้ำจากยะลาไหลสมทบไม่หยุด


เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัตตานี ยังคงเผชิญวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ หลังฝนถล่มหนักต่อเนื่องตั้งแต่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผนวกกับมวลน้ำจำนวนมหาศาลจากตอนเหนือของจังหวัดยะลา ทั้งน้ำป่า น้ำฝน และน้ำหลากที่ไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่อทะลักล้นตลิ่งจนน้ำเข้าท่วมทั่วทั้งเมืองแบบไม่ทันตั้งตัว ปีนี้น้ำกระจายเปลี่ยนทิศทางท่วมไปบ้างบางพื้นที่

แม้วันนี้ปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลง แต่สถานการณ์ในเขต เทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจของจังหวัด ยังคงวิกฤตหนัก น้ำจากแม่น้ำปัตตานีพังแนวป้องกันก่อนทะลักเข้าท่วมถนนแทบทุกเส้น ทั้ง ถนนพิพิธ กะลาพอ ฤาดี ปรีดา อุดมวิถี รามโกมุท ยะรัง นาเกลือ และปัตตานีภิรมย์ เมืองทั้งเมืองกลายเป็น “เกาะกลางน้ำ” ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40–50 ซม. รถเล็กหมดสิทธิ์สัญจร

Advertisement

ร้านค้า–บ้านเรือนในย่านเศรษฐกิจต้องปิดกิจการกันระนาว น้ำมาไว และแรงจนหลายร้านไม่ทันเก็บของ ข้าวของเสียหายจำนวนมาก รถจักรยานยนต์ของชาวบ้านจำนวนมากจมน้ำครึ่งคัน เพราะย้ายหนีไม่ทัน

สถานการณ์รวมยังไม่นิ่ง เพราะมวลน้ำจากยะลายังคงไหลสมทบลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากอำเภอบันนังสตา กรงปีนัง และพื้นที่ตอนบนอีกหลายอำเภอ ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยต้องติดตามสถานการณ์แบบนาทีต่อนาที พร้อมประกาศเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำลึก และเก็บของขึ้นที่สูงตลอดเวลา

ขณะเดียวกัน พื้นที่รอบนอกอย่าง อ.หนองจิก อ.ยะรัง อ.ยะหริ่ง อ.สายบุรี อ.ปะนาเระ และ อ.แม่ลาน ยังคงรับน้ำจากต้นน้ำยะลาอย่างต่อเนื่อง หลายจุดท่วมสูงจนชาวบ้านต้องอพยพออกมาใช้ชีวิตในเต็นท์ริมถนนเป็นการชั่วคราว

ด้านการช่วยเหลือ ขณะนี้หลายชุมชนในปัตตานีได้ร่วมกันตั้ง “ครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัย” กระจายตามจุดต่าง ๆ เพื่อปรุงอาหารกล่อง ส่งต่อให้ประชาชนในชุมชนที่ถูกตัดขาดจากเส้นทาง หรือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยพยายามครอบคลุมให้มากที่สุดเท่าที่กำลังจะเอื้ออำนวย

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองปัตตานีเผยว่า แม้สถานการณ์ยังไม่นิ่ง แต่ทุกฝ่ายกำลังเร่งช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำก้อนใหญ่ที่ยังคงมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองปัตตานีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า