หน้าแรก ภูมิภาค ‘เลย’ โชว์สุด...

‘เลย’ โชว์สุดยอดนวัตกรรม ‘เครื่องผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก’ พลังงานใหม่-ลดต้นทุนเกษตร

25.11.25 | 23:50 น.

‘เลย’โชว์สุดยอดนวัตกรรม
‘เครื่องผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก’
พลังงานใหม่-ลดต้นทุนเกษตร


ปัจจุบันปัญหาขยะมูลฝอย เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และถือว่าวิกฤตขยะมูลฝอยตามเมืองใหญ่ๆ หรือแม้กระทั่งขยะมูลฝอยในชุมชนที่ห่างไกล มักจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี และในหลายชุมชนต่างก็พบปัญหาขยะล้นถัง จากปริมาณขยะในชุมชนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งสินค้าส่วนใหญ่มักจะบรรจุภัณฑ์ ประเภทพลาสติกจำนวนมาก ทำให้เกิดขยะมากขึ้นตามไปด้วย ขาดการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ทำให้ขยะทุกประเภทปะปนกันไป ทั้งการทิ้งขยะไม่ถูกที่ ทิ้งขยะในที่สาธารณะ และทิ้งลงแม่น้ำลำคลอง

จากปัญหาดังกล่าว ผู้นำชุมชนบ้านห้วยมุ่น ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ชุมชนตั้งอยู่บนเขาสูง นำโดย นายปรีชา นาคพรม

อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยมุ่น ได้มีแนวคิดแก้สถานการณ์ปัญหาขยะล้นในชุมชน จึงได้นำ “เครื่องผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก” ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากความร่วมมือของผู้นำชุมชน กลุ่มอาสาพัฒนาท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันคิดและแนวทางแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก พร้อมพัฒนาเป็นพลังงานทดแทน เพื่อลดต้นทุนการประกอบอาชีพในภาคเกษตร จึงได้นำเครื่องผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นเครื่องต้นแบบการใช้กระบวนการเผา และกลั่นขยะพลาสติกด้วยเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยพลาสติกจำนวน 10 กิโลกรัม สามารถผลิตเป็นน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 7-8 ลิตร ซึ่งสามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์การเกษตร เครื่องสูบน้ำ หรืออุปกรณ์เครื่องจักรขนาดเล็ก ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

Advertisement

นอกจากนี้ กระบวนการผลิตยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในชุมชนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน และสอดคล้องกับนโยบาย การจัดการสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเลย สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดเลย ปี 2569 ที่จังหวัดเลยตั้งเป้าหมายเดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด “เมืองเลย เมืองสะอาด” ต่อยอดความสำเร็จจากรางวัลเมืองสะอาด ด้วยการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะ และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ โดยใช้นวัตกรรม “RDF” แปรรูปขยะเป็นพลังงาน เพื่อให้จังหวัดเลยเป็นเมืองน่าอยู่ที่สะอาดตลอดทั้งปี

นายปรีชา นาคพรม อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยมุ่น ผู้ริเริ่มกล่าวว่า ในแต่ละชุมชนต่างก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่ใด มีผู้คนอาศัยอยู่ย่อมเกิดขยะตามมา ซึ่งปัญหาใหญ่เกี่ยวกับขยะในปัจจุบัน คือปริมาณขยะมีมากเกินกว่าที่ถังขยะแต่ละหมู่บ้าน กลายเป็นการสร้างผลเสียต่อสภาพแวดล้อม ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ส่งผลกระทบกับผู้คนที่อาศัยอยู่ด้วย และสมัยที่ตนเป็นผู้ใหญ่บ้าน ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา ตนคิดเสมอว่าทำยังไง จะกำจัดขยะที่ล้นถังตกเกลื่อนในหมู่บ้าน

พอเมื่อปลายปี 2566 ตนได้ไปดูงานกำจัดขยะที่อำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ก็เกิดความสนใจเห็นการเผาขยะและกลั่นออกมาเป็นน้ำมันได้ ก็เกิดแนวคิดว่าอยากนำมาใช้ทดลองในหมู่บ้าน จึงค้นหาพบว่า มีกลุ่มชาวบ้านที่จังหวัดลพบุรีได้สร้างเครื่องต้นแบบออกมา เมื่อกลับมาจึงได้มาปรึกษากับนายชัยณรงค์ สุภาษิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกกสะทอน และได้เสนอของบประมาณในการจัดซื้องบประมาณปี 2567 ทาง อบต.ก็จัดงบให้มาก้อนหนึ่ง ตนพร้อมคณะกรรมในหมู่บ้าน จึงซื้อเครื่องมาใช้ทดลองและมาปรับแต่งดู ปรากฏใช้ได้ผล และสามารถผลิตน้ำมันได้

จากนั้นตนก็ได้รณรงค์ให้ชาวบ้านช่วยกันคัดแยกขยะ เพื่อนำมาผลิตน้ำมันใช้ในชุมชน แรกๆ ก็ไม่ได้ผลดีนัก ชาวบ้านส่วนใหญ่กลัวว่าน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน ตนและคณะกรรมการหมู่บ้าน ก็ได้ทดลองใช้กับเครื่องมือ
การเกษตร เช่น เครื่องสูบน้ำ รถไถ รถอีแต๊ก ใช้มาก็ไม่มีผลเสียกับเครื่องยนต์แต่อย่างใด พอชาวบ้านเห็นก็เริ่มเข้าใจ และเริ่มมีการคัดแยกขยะในหมู่บ้าน และนำขยะที่เป็นถุงพลาสติกที่มีมากสุดในชุมชน หากเป็นถังพลาสติกก็จะนำมาซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆ จึงจะนำมาเผาแล้วกลั่นเอาน้ำมัน โดยไม่ต้องผสมอะไรอีกเลย การทำงานลักษณะเหมือนการต้มเหล้า คือต้มพลาสติกจนเป็นน้ำ และกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำ ซึ่งการทำงานลักษณะเดียวกัน พลาสติกในถังก็สูญสลายไปกับความร้อน

“ขณะนี้ได้เริ่มผลิตขึ้นอีกเครื่อง แต่ถ้าชุมชนไหนสนใจมีชุมชนที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี สั่งเขาสามารถทำได้ โดยราคาเครื่องเริ่มต้นที่ 17,000 บาท จะมี 1 เตาเผา หัวกลั่นจะมี 2 หัว ส่วนราคา 27,000 บาท ก็จะมี 2 เตาเผา มีหัวกลั่น 3 หัว ส่วนเรื่องนี้

ท่านชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงานนวัตกรรม ‘เครื่องผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก’ ท่านก็อยากให้แต่ละชุมชนนำไปใช้ อย่างน้อยหมู่บ้านละเครื่อง สามารถที่จะกำจัดขยะที่เป็นพลาสติกได้ และเห็นผลชัดเจนแถมได้น้ำมัน เพื่อใช้กับเครื่องมือในการเกษตร นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกในพื้นที่แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นของจังหวัดเลยได้อีกด้วย” นายปรีชากล่าว