สธ.ยัน รพ.หาดใหญ่ยังเปิดให้บริการ เผย เตรียมจัดตั้งรพ.สนาม 8 จุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ และสาธารณสุข หรือ PHEOC กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สธ. พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดสธ. และผู้บริหาร ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

นพ.วิโรจน์ โยมเมือง ผอ. โรงพยาบาลหาดใหญ่ กล่าวรายงานในที่ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ ว่า หลังจากสถานการณ์น้ำลดลง เบื้องต้นมีผู้ป่วย และญาติที่มีความประสงค์อยากจะกลับบ้านประมาณ 200 คน ส่วนทรัพยากรอื่นๆ เช่น ออกซิเจน มีประมาณ 50 ถัง เพียงพอสําหรับวันนี้ หากน้ำลดจนสามารถเข้าพื้นที่ได้ จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูในเรื่องของอุปกรณ์หลักในการผลิตออกซิเจน ซึ่ง 1 ถัง จะอยู่ได้ 7 วัน น้ำดื่มใช้วันละประมาณ 600 แพ็ค ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้มาแล้วประมาณ 200 แพ็ค
เบื้องต้น โรงพยาบาลได้รับการประสานเพิ่มเติม ว่า จะมีการนําน้ำดื่มเข้ามายังโรงพยาบาลเพิ่ม ขณะที่การทําอาหารทางโรงพยาบาลสามารถผลิตเองได้ 2,600 กล่อง เพื่อรองรับผู้ป่วย และบุคลากร เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน โรงพยาบาลได้รับการจัดส่งวัตถุดิบมาให้ทางโรงพยาบาลทำอาหาร เบื้องต้นทําได้ประมาณ 2 วัน และคาดว่าวันนี้จะนําวัตถุดิบเข้ามายังโรงพยาบาลเพิ่มเติม
“สิ่งที่ต้องการขณะนี้คือ รถน้ำประปาเข้ามายังพื้นที่โรงพยาบาลเพื่อผลิตน้ำใช้ภายใน ส่วนระบบไฟฟ้า ขณะนี้ ตึกหลักไม่ได้มีปัญหาในการดูแลผู้ป่วย แต่ยังคงมีตึกที่ยังไม่เปิดใช้ประมาณ 2-3 ตึก เนื่องจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง และใช้การไม่ได้จากการจมน้ำ โดยวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้ามาประเมินทั้งระบบน้ำ ปั๊มน้ำ และระบบไฟฟ้า” นพ.วิโรจน์ กล่าว

นพ.วิโรจน์ กล่าวอีกว่า อาคาร 600 เตียงของโรงพยาบาลหาดใหญ่ สามารถใช้การได้ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ประมาณ 200-300 เตียง ในส่วนของเครื่องปั่นไฟใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันเบนซิน สามารถจ่ายไฟได้ 5 ชั้น โดยต้องต่อน้ำมันประมาณ 200-300 ลิตรต่อวัน ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาสามารถใช้การได้ประมาณ 6 ชั่วโมง คาดการณ์ว่า หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย จะทําให้ประชาชนผู้ป่วยที่มีนัดกลับเข้ามายังโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ในส่วนนี้ สามารถที่จะรองรับได้ประมาณ 350 เตียง มีทีมแพทย์พยาบาลสนับสนุนจากนอกพื้นที่ ที่ได้เดินทางมาช่วยในครั้งนี้
นายพัฒนา เปิดเผยว่า ภารกิจหลักในวันนี้ คือ การเคลื่อนย้ายส่งต่อผู้ป่วยหนักที่ทั้งหมดใส่ท่อช่วยหายใจประมาณ 20 คน โดย ใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นหลัก โดยจะนำส่งที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คาดว่าจะเคลื่อนย้ายหมดภายในวันนี้ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ค่อนข้างเต็ม ขณะนี้ตนได้ประสานร่วมกับกรมการแพทย์ในการส่งต่อผู้ป่วยไปยังที่ปลอดภัย เบื้องต้น ตนให้ส่งที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก่อน เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ใช้เวลาบินสั้นเพียง 5-10 นาที จากนั้นจะเหลือผู้ป่วยสีเขียว และสีเหลืองอีกราว 500 คน และยังมีญาติพี่น้องในนั้นอีกหลายร้อยคน ส่วนการส่งอาหารและน้ำกำลังเร่งรัดดำเนินกา
“มีการหารือ รพ.หาดใหญ่ และรพ.นครศรีธรรมราช โดยเข้าพื้นที่ได้แล้ว มีทีมแพทย์สลับสับเปลี่ยน การเข้าถึงโดยรถบรรทุก GMC ของทหารเข้าได้แล้วจากประตูด้านหลังของโรงพยาบาล และออกซิเจนที่อยู่โรงพยาบาล คาดว่าเพียงพอสำหรับผู้ป่วยใน 48 ชั่วโมง” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ภารกิจที่ 2 คือ การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เบื้องต้น 7 จุด โดยให้ ผอ.โรงพยาบาลสนามเป็นคนเดียวกับโรงพยาบาลใกล้เคียง เพื่อง่ายกับการประสานงานต่างๆ ดังนี้
1.โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ทำงานร่วมกับ พื้นที่โรงพยาบาลหาดใหญ่
2.โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ทำงานร่วมกับ โรงพยาบาลสนามที่เทศบาลคลองเรียน
3.โรงพยาบาลตรัง ทำงานร่วมกับ ศาลาว่าการนครหาดใหญ่
4.โรงพยาบาลพัทลุง ทำงานร่วมกับ โรงพยาบาลรัตภูมิ
5.โรงพยาบาลยะลา ทำงานร่วมกับ เทศบาลควนลัง
6.โรงพยาบาลนราธิวาส ทำงานร่วมกับ ศูนย์โรงพยาบาลสนาม บริษัท หาดทิพย์
7.โรงพยาบาลสงขลา คู่กับศูนย์ที่ตั้งบริเวณสนามบินหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์ลำเลียงต่างๆ ยังมี โรงพยาบาลสนามของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทำงานร่วมกับ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
“ขอยืนยันว่า รพ.หาดใหญ่ จะไม่ปิด จะรักษาไว้ ขณะนี้น้ำเริ่มลด สามารถส่งกำลังบำรุงเข้าไปเพิ่มเติม เราจะพยายามกู้โรงพยาบาลหาดใหญ่ ให้กลับมามีศักยภาพบริการประชาชน เพราะเป็นโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพสูง และโรงพยาบาลสนาม 7-8 จุดกำลังทยอยตั้งขึ้นมา โรงพยาบาลหาดใหญ่คาดว่าจะฟื้นฟูได้ 3-5 วัน” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวว่า ภารกิจที่ 3 คือการเตรียมแผนฟื้นฟูในส่วนระบบสาธารณสุข โดยจะมีกรมอนามัยและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ลงพื้นที่เข้าไปสํารวจและดูแลในประเด็นดังกล่าว เพื่อให้ระบบสาธารณสุขกลับมามีความพร้อมมากที่สุด รวมถึงกรมควบคุมโรคจะเข้าไปดูในส่วนของการป้องกัน ควบคุมโรคหลังจากน้ำลด สนับสนุน ยา วัคซีนป้องกันโรค รวมถึงการจัดส่งทีมแพทย์สาธารณสุขหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปตามชุมชนต่างๆ สํารวจ และประเมินโรคของประชาชน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา โดยผู้อํานวยการโรงพยาบาล และสสจ. จะเป็นผู้ประเมินถึงความต้องการยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ หากไม่เพียงพอสามารถที่จะทําเรื่องขอมายังส่วนกลาง โดยทางส่วนกลางพร้อมสนับสนุน และจัดส่งให้ทันที

“ทั้งนี้ ตนขอประชาสัมพันธ์ถึงกู้ภัย หน่วยกู้ชีพต่างๆ ว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมให้สามารถเข้ามาเชื่อมโยงกับระบบสาธารณสุขได้ และสายด่วน 1669 ก็ยังเปิดสาย และจะบัดดี้กับโรงพยาบาลสนามต่างๆ ขอให้วางใจ และมั่นใจว่า ระบบสาธารณสุขของไทยพร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มที่” นายพัฒนา กล่าว
นายพัฒนา กล่าวว่า จังหวัดอื่นๆ มีผู้ประสบภัยเช่นกัน โดยได้รับรายงานว่า ผู้ประสบภัยต่างๆ ถูกย้ายออกจากโรงพยาบาลที่มีปัญหา แต่ปัญหาต่างๆ จะน้อยกว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่ที่ถูกน้ำล้อมรอบ ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ทางบก และมีข้อจำกัดทางอากาศ แต่พื้นที่อื่นๆ ยังสามารถส่งกำลังบำรุงต่างๆ ได้ และ สสจ. ดูแลอยู่ หากมีปัญหาก็สามารถส่งเรื่องมาส่วนกลางได้

