เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ร.ต.อ.ไกรศร ภาคย์อารี รองสว.สภ.เมืองภูเก็ต เจ้าของคดี เปิดเผยถึงกรณีลูกชายผู้มีฐานะในจังหวัดภูเก็ตทำร้ายรปภ.ตาบวม ศีรษะแตก ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ที่ลานจอดรถ ตามที่ระบุในภาพ ซึ่งหลังเกิดดเหตุ นายประสิทธิ์ พิมลอย รปภ. ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เข้า พบแพทย์ก่อนเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองภูเก็ต ให้ดำเนินคดีกับคู่กรณี โดย หลังรับแจ้งความ ตนเองก็ได้ดำเนินการตามขึ้นตอน ซึ่งได้เดินทางไปพบผู้เสียหายเพื่อสอบปากคำและเรียกคู่กรณีมาสอบสวน ซึ่งได้สอบปากคำทั้งสองฝ่ายแล้ว เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องรอหลักฐานทางการแพทย์รับรองจากโรงพยาบาล ซึ่งต้องรอให้ผู้บาดเจ็บขอเอกสารทางการแพทย์ ก่อนจะทำสำนวนสรุป โดยฝ่ายผู้เสียหายยื่นยันจะแจ้งความดำเนิคดีฐานพยายามฆ่า ส่วนคู่กรณีนั้นก็ระบุว่าต้องการให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนรายละเอียดนั้นไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเกรงจะกระทบคดี แต่ยืนยันเจ้าหน้าที่ทำตามกระบวนการอย่างถูกต้องไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้ที่อยู่ในตระกูลดังหรือไม่

นายประสิทธิ์ พิมลอย กล่าวว่าในวันดังกล่าว ได้ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ อยู่ที่หน้าบริษัท (ตรงข้ามร้านเคเอฟซี โรบินสัน) ขณะนั้นรถของคู่กรณี นายช. ได้วิ่งมาจอดอย่างรวดเร็ว ตนเองจึงรีบวิ่งไปดูตามหน้าที่ พร้อมกับยกมือไหว้และวิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับตามภาพ เมื่อเห็นว่าเป็น นาย ช. ซึ่งเป็น น้องชายเจ้าของบริษัท ตนเองจึงรีบยกมือไหว้อีกครั้ง พร้อมพูดไปว่า “สวัสดีตอนเช้าครับ ทานกาแฟแล้วยังครับ” นาย ช.ก็รัวหมัดเท้าทั้งเตะต่อยใส่ตนทันที ตนเองจึงถอยไป นายช.ก็วิ่งตาม ก่อนที่จะจับตนเหวี่ยงจนล้มและนั่งคร่อมตัว และจับหัวกระแทกพื้นจนตนเองเกือบสลบ ซึ่งขณะนั้นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วย กระทั่งนายช.หยุด ก็มีเจ้านายของตนมาช่วย ก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล โดยมีแผลเตกต้องเย็บ 3 เข็ม 1 แห่ง ที่ตาเส้นเลือดฝอยแตก และที่หัวใบหน้ามีการปูดบวม ประมาณ 3 จุด และมีอาการมึนหัว แพทย์ได้ทำการตรวจไปแล้วหลายครั้ง และยังคงให้เฝ้าดูอาการต่อที่โรงพยาบาล
“ผมเองยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด (ในความผิดพยายามฆ่า) เพราะตนเองปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ได้มีเจตนาหาเรื่อง หรือเจตนาก่อเรื่องก่อน จึงอยากขอให้ได้รับความเป็นธรรม”นายประสิทธิ์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับนายช. นั้นเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่ในตระดังเมืองภูเก็ต เป็นทายาทเจ้าของโรงแรม และธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินหลายแห่ง ปัจจุบันยังคงดูแลธุรกิจในหลายด้านทั้งธุรกิจโรงแรม จำหน่ายรถยนต์ พระเครื่อง และอีกหลายๆธุรกิจในภูเก็ต


