หน้าแรก ภูมิภาค หาดใหญ่โพล เผ...

หาดใหญ่โพล เผยความเชื่อมั่นปชช. 14 จว.ใต้ ดิ่งเหวจากอุทกภัย คาดหาดใหญ่ศก.เสียหาย 25,000 ล้าน

1.12.25 | 10:42 น.

หาดใหญ่โพล เผยความเชื่อมั่นของปชช. 14 จว.ใต้ ดิ่งเหวอุทกภัย คาดหาดใหญ่เศรษฐกิจเสียหาย 25,000 ล้าน-ภาคใต้เสียหายยับเยิน กิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคใต้หยุดชะงัก รัฐบาลเร่งถอดบทเรียน ทำแผนป้องกันน้ำท่วมเมืองเศรษฐกิจ “วอน” ช่วยเหลือ SMEs “โวย”โทรศัพท์-อินเตอร์เน็ต ”ล่ม” นำมาสู่ความเสียหาย “รัฐบาล/กสทช.” ออกมาตรการควบคุม

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผย รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือน พ.ย. “ปรับตัวลดลง” เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ต.ค.

“ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ”

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า สาเหตุที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากไตรมาสก่อน จากแรงกดดันของอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแรง โดยการบริโภคภาคเอกชนหดตัวตามรายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ชะลอลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนลดลงต่อเนื่อง สะท้อนความระมัดระวังของภาคธุรกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าภาคท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวอย่างช้า ๆ จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ต่ำกว่าก่อนโควิด เกษตรกรที่ปลูกยางพารามีรายได้ลดลงตามราคายางพาราที่ตกต่ำ อีกทั้งในช่วงวันที่ฝนตกไม่สามารถกรีดยางได้

Advertisement

“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” สามารถช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้อย่างมาก ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน หากไม่มีอุทกภัยในภาคใต้ช่วงปลายเดือน พ.ย.68”

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 68 ครอบคลุมพื้นที่วิกฤตหลายได้แก่ จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.สุราษฎร์ธานี จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.ตรัง จ.สตูล และ จ.ยะลา ซึ่งอุทกภัยในภาคใต้ครั้งนี้ อ.หาดใหญ่ นับว่ารุนแรงกว่าทุกครั้ง สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เศรษฐกิจของภาคใต้เป็นอย่างมาก

“นักวิชาการคาดว่ามีมูลค่าความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท เนื่องจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ หยุดชะงักแทบทั้งหมด จากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่รัฐบาลต้องเร่งถอดบทเรียนให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จัดทำแผนป้องกันภัยล่วงหน้าจัดการน้ำในเมืองเศรษฐกิจหลักให้มีความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต”

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า จากการสัมภาษณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและต้องการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ได้ข้อเสนอแนะ จากน้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ล้วนได้รับผลกระทบอย่างมาก เรียกร้องให้รัฐบาลนำเม็ดเงินเพื่อจัดทำโครงการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเดือน ธ.ค.68 และเดือน ม.ค.69 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและช่วยทำให้เศรษฐกิจในหาดใหญ่ดีขึ้น อาทิ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสองเท่า นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยว พักแรม และซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากร้านค้าที่จดทะเบียนใน อ.หาดใหญ่และ จ.ในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ในภาคใต้ โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทำให้ทรัพย์สินและสินค้าที่สต็อกไว้เสียหายทั้งหมด จึงขอให้รัฐบาลช่วยเหลือโดยให้ประกันสังคมจ่ายเงินเยียวยาแก่ลูกจ้างในช่วงที่ธุรกิจไม่สามารถดำเนินกิจการได้ และให้ธนาคารของรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นระยะเวลา 3-5 ปี และมีวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสม โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินที่จะนำมาลงทุนในธุรกิจต่อได้

“ในช่วงของการเกิดอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในหลายพื้นที่ใช้ไม่ได้ จนนำมาสู่ความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนจึงขอให้รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และ กสทช. ออกข้อกำหนดในการบังคับใช้ให้บริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 แห่งเตรียมความพร้อมของสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในขณะที่เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ”