หน้าแรก ภูมิภาค จับ คู่รักรัส...

จับ คู่รักรัสเซีย ประกอบธุรกิจรถเช่า-ที่พักเถื่อน บนเกาะพะงัน

2.12.25 | 09:42 น.

จับ คู่รักรัสเซีย ประกอบธุรกิจรถเช่า-ที่พักเถื่อน บนเกาะพะงัน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 1 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สงขลา ตามนโยบายของท่าน พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ให้กวดขันจับกุมความประพฤติชาวต่างชาติที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ทุกพื้นที่

สั่งการให้ พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3) บูรณาการ พ.ต.อ.อภิชาต จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน พ.ต.ท.ชัยยุทธ คงแก้ว รองผกก.ป.สภ.เกาะพะงัน นายสุริยา บุญพันธ์ นายอำเภอเกาะพะงัน นายไพสิฐ ทองเจิม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พ.ต.ท.หญิง สงวนทรัพย์ ลาภสนอง สว.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี ร.ต.อ.สิริวัฒน์ สมหวัง รอง สว.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี และนายชัยนิมิต ชมอินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เกาะพะงัน

จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 3 ราย โดยตำรวจท่องเที่ยวได้รับแจ้งจากชาวบ้านร้องเรียนว่ามีชาวต่างชาติประกอบธุรกิจรถเช่า (จัดตั้งบริษัทในรูปลักษณะนอมินี) โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงประสานผู้ใหญ่บ้านเข้าตรวจสอบที่บ้านเป้าหมาย พบ นายโอเล็ก (สงวนนามสกุล) สัญชาติรัสเซีย อายุ 51 ปี นั่งอยู่บริเวณใต้บ้าน นางอีแคทเทอรีน่า (สงวนนนามสกุล) สัญชาติรัสเซีย อายุ 38 ปี กำลังใช้โน้ตบุ๊กเปิดเว็บไซต์ “Booking Calendar” ที่ระบุข้อมูลการจองห้องพักอย่างชัดเจน

นายโอเล็กให้การว่า ตนไม่ได้ประกอบธุรกิจรถเช่า แต่ได้ร่วมกับนางอีแคทเทอรีน่า ประกอบธุรกิจที่พัก “มูนเว บังกะโล” โดยทั้งสองจะทำงานอยู่ที่บ้านพัก คอยตอบข้อความลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่น WhatsApp และลงข้อมูลการจองห้องพัก

Advertisement

รายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้นำทั้งสองไปยัง มูนเว บังกะโล ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านศรีธนู หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน และเมื่อตรวจสอบที่แผนกต้อนรับ ไม่พบเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมหรือที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม

นายโอเล็กและนางอีแคทเทอรีน่าสารภาพว่า บังกะโล 7 ห้อง คิดค่าเช่าวันละ 500 บาทต่อห้อง ไม่มีใบอนุญาตจริง เข้าใจผิดว่ามีเพียงหนังสือรับรองบริษัทก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบบริเวณบังกะโล และพบนางหล้า (นามสมมุติ) สัญชาติเมียนมา อายุ 21 ปี กำลังให้บริการลูกค้าอยู่ภายในห้องพัก นางหล้าให้การว่านายโอเล็กและนางอีแคทเทอรีน่าเป็นเจ้านาย จ้างตนมาเป็นพนักงานต้อนรับและแม่บ้าน ได้รับเงินเดือน 15,000 บาท

แจ้งข้อหาดำเนินคดี นายโอเล็ก ร่วมกันประกอบธุรกิจ (บังกะโล) โดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ (ผู้จัดการ), และเป็นนายจ้างจ้างคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ นางอีแคทเทอรีน่า ร่วมกันประกอบธุรกิจ (บังกะโล) โดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ (ผู้จัดการ) นางหล้า เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ (พนักงานต้อนรับ/แม่บ้าน)

ด้าน พ.ต.อ.อภิชาติกล่าวว่าต้องมีการขยายผลต่อ เรื่องการประกอบจดจัดตั้งบริษัท ในลักษณะเข้าข่ายนอมินีหรือไม่ เพราะพอเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายล้านบาทในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งมีการโอนถ่ายเงินเพื่อหลบหลีกตบตาเจ้าหน้าที่ภายในระยะเพียงไม่กี่เดือน หากสอบแล้วพบพยานหลักฐานจะเอาผิดทุกคนที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย