หนุ่มเวียดนาม ปีนรั้วหนีสแกมเมอร์กัมพูชา เข้าชายแดนขอไทยช่วย เศร้าเพื่อนอีก 2 คนถูกจับได้
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.30 น.ที่ผ่านมา นายศิริวุธ วงค์เจริญ กำนัน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้ประสานกับ จนท.ทหารสังกัด พัน.ร.29 และ จนท.ทหารพราน สังกัด ฉก.ทพ.26 ได้ควบคุมตัว นายตาน (MR.TRAN QUOC THAI) อายุ 21 ปี สัญชาติเวียดนาม ไม่มีเอกสารใดๆติดตัว ได้ที่บริเวณทุ่งนา ตรงข้ามหมู่บ้านด่านฯซึ่งอยู่ติดชายแดนไทยกัมพูชา ช่องจอม หลังหลบหนีออกมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือแสกมเมอร์ ประเทศกัมพูชา และเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.68)จนท.งานสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สุรินทร์ ร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และทีมสหวิชาชีพค้ามนุษย์ จ.สุรินทร์ ร่วมสัมภาษณ์คัดกรอง เพื่อนำตัวไปดำเนินการส่งต่อตามกลไกระดับชาติ (NRM) ต่อไป
โดยนายตาน อายุ 21 ปี สัญชาติเวียดนาม ถูกชาวบ้านพบหลบๆซ่อนๆท่าทีมีพิรุธ อยู่บริเวณทุ่งนาดังกล่าว จึงประสานกำนัน ต.ด่าน มาตรวจสอบ ก่อนจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับตัวไปดำเนินการช่วยเหลือดังกล่าว

นายตาน อายุ 21 ปี สัญชาติเวียดนาม เปิดเผยข้อมูลกับ จนท.ว่า ตนเองอาศัยอยู่ที่เมือง Ninh Thuan ประเทศเวียดนาม ทำงานรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่กับตายาย มีรายได้เดือนละ 3-4 พันบาท เห็นประกาศทางเฟซบุ๊ค เปิดรับทำงานในตำแหน่ง พนักงานติดรถขนของ มีรายได้ค่าตอบแทนเดือนละ 18,000 บาท มีที่พักและกินอยู่กับเจ้านาย หลังจากติดต่อพูดคุยตกลงกันแล้ว ก็มีรถมารับที่บ้าน เพื่อเดินทางไปทำงาน โดยมีระยะเวลา 1 วัน 1 คืน หลังจากเดินทางไปถึง เมือง Tay Ninh พอรู้ตัวว่าไม่ได้ทำงานตามที่ตกลง ก็ไม่ได้คิดหนี เพราะกลัวถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนถูกพาตัวมายังประเทศกัมพูชา
โดยมีคนกัมพูชาพามาทำงานที่เมืองโอรเสม็ด จ.อุดรมีชัย ติดกับประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิงฯในอาคารขนาดใหญ่ โดยทำงานในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ โดยบอกว่าจะให้ค่าแรงเดือนละ 700 US หากสามารถหลอกลวงได้ จะได้รับเปอร์เซ็นต์ จากการหลอก พอทำงานวันแรกก็ถูกยึดเอกสารและโทรศัพท์
เวลาทำงานเริ่มเวลา 23.00 น.-14.00 น. มีที่พักอาหารครบ 3 มื้อ ลักษณะการทำงาน หาเบอร์โทรและข้อมูลชาวเวียดนาม เพื่อให้อีกคนโทรไปหลอกลวง หากทำงานไม่ตรงเป้าหมาย จะถูกทำร้ายร่างกาย ในตึกดังกล่าว มีชาวเวียดนาม ชาวจีนและชาวกัมพูชา โดยมีบอสจีน เป็นคนควบคุมดูแล
สาเหตุที่หนีเนื่องจากทราบข่าวว่าจะถูกส่งตัวไปอีกบริษัท จึงวางแผนกับเพื่อนชาวเวียดนาม อีก 2 คน วางแผนหนีช่วงกลางคืน โดยการปีนกำแพงหนีและวิ่งมาทางป่าชายแดน ส่วนเพื่อนอีก 2 คนถูกจับได้ และต้องการให้ประเทศไทยส่งตัวกลับประเทศเวียดนาม โดยที่ไม่อยากให้ญาติ หรือเพื่อน หรือคนรู้จักรู้ว่ามาทำงานที่ประเทศกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อต้นเดือนตุลาคม2568 ที่ผ่าน เจ้าหน้าที่ทหารพราน พบชาวอินโดนีเซีย จำนวน 8 คนถอดเสื้อหนีหัวซุกหัวซุนข้ามป่าชายแดนจากฝั่งกัมพูชามายังฝั่งไทยในสภาพอิดโรย และต่างดีใจที่พบกับทหารพรานไทย พร้อมเปิดเผยว่าถูกหลอกไปทำงานและถูกทำร้ายมาจากพนมเปญ ก่อนถูกส่งตัวมาไว้ที่อาคารหลังบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา และพากันหนีตายออกมาได้ ซึ่ง จนท.ตม.สุรินทร์ ได้นำตัวส่งส่วนกล่าวเพื่อสอบสวนและผลักดันกลับประเทศไปแล้ว
โดยแหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า ที่บริเวณหลังบ่อนกาสิโน โอรเสม็ด รีสอร์ท ชุมชนโอรเสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ฝั่งกัมพูชา ซึ่งอยู่ติดกับประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ มีการสร้างอาณาจักรสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ มีกำแพงรั้วล้อมรอบ โดยมีการสร้างมาก่อนหน้านี้แล้วประมาณ 3 ปี และยังมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจในสถานการณ์ที่ตึงเครียดของแนวชายแดนไทย-กัมพูชาแต่อย่างใด
ปัจจุบันพบว่ามีการก่อสร้างตึกอาคารต่างๆอยู่ ติดกับบ่อนคาสิโนทั้ง 2 แห่ง ภายในพื้นที่ชุมชนโอรเสม็ด ประเทศกัมพูชา ดังกล่าว ทั้งบริเวณหลังบ่อนกาสิโน”โอรเสม็ดรีสอร์ท”และที่บ่อนกาสิโน”รอยัล ฮิลล์” ที่อยู่ตรงข้ามกัน ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า มีคนหลายสัญชาติถูกขังอยู่รวมกันทั้ง 2 แห่ง นับหมื่นคน ในจำนวนนี้มีคนไทยถูกขังอยู่ด้วย ที่รอความช่วยเหลืออยู่
นอกจากนี้ จนท.ยังฝากถึงประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้า ในลักษณะดังกล่าว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เช่น ตำรวจ ทหาร หรือผู้นำชุมชนทันที


