หน้าแรก ภูมิภาค สื่ออุตรดิตถ์...

สื่ออุตรดิตถ์แฉ! ข้าราชการข่มขู่คนให้ข่าวผวจ.อุตรดิตถ์ซื้อกามด.ญ.แม่ฮ่องสอน

3.05.17 | 13:42 น.
พิพัฒน์ เอกภาพันธ์

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายปวินท์ อินกล่ำ อายุ 51 ปี สื่อมวลชนท้องถิ่น จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า หลังสื่อมวลชน จ.อุตรดิตถ์นำเสนอข่าวกรณีนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ตกเป็นข่าวซื้อบริการเด็กหญิง จ.แม่ฮ่องสอน จะจริงหรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ แต่ความจริงอยู่ที่ตัวของนายพิพัฒน์เองเท่านั้นที่รู้ แต่จะยอมรับหรือจะปฏิเสธ จนถึงวันนี้นายพิพัฒน์ก็ไม่เคยออกมาพูดกับสื่อมวลชนแม้แต่คำเดียว เอาแต่ปิดกั้นตัวเอง มีเพียงการโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวเท่านั้นว่าไม่เกี่ยวข้องด้วย มีความบริสุทธิ์ใจ ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้จะปรากฏสักวัน และยังบอกในทำนองน้อยใจว่าถูกสื่อพิพากษาไปแล้ว พร้อมทั้งขอกำลังใจจากชาวอุตรดิตถ์ด้วย

นายปวินท์กล่าวว่า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่กล้าพูดกล้าแถลงกับสื่อมวลชนอย่างเปิดเผยคือ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ที่กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ไปประจำอยู่ที่กระทรวง 30 วัน ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่องขึ้นจนถึงวันนี้ก็ยังพูดกับสื่อมวลชน แต่ผิดกับนายพิพัฒน์ที่เอาแต่หลบหนีสื่อมวลชน ไม่กล้าเผชิญหน้ากับสื่ออ้างว่าผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยไม่ให้พูด แต่ทำไมผู้ใหญ่ในกระทรวงถึงไม่ห้ามนายสืบศักดิ์พูดบ้าง หรือนายพิพัฒน์กลัวสื่อมวลชนจะรู้อะไรบางอย่างที่ปิดบังไว้ หรือมีความจริงอะไรซ่อนเร้นไว้

“แหล่งข่าวทุกคนใน จ.อุตรดิตถ์ที่ออกมาแสดงความเห็น หรือให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องที่นายพิพัฒน์ ทั้งก่อนจะตกเป็นข่าวซื้อบริการทางเพศเด็กหญิงที่ จ.แม่ฮ่องสอน และทุกเรื่องที่กระทบต่อการทำงานของนายพิพัฒน์ ก็มักจะมีคนอ้างตัวว่าเป็นข้าราชการระดับสูงใน จ.อุตรดิตถ์ สังกัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ไปข่มขู่ ดุด่าว่ากล่าว บางครั้งก็ไปพบกับแหล่งข่าวข่มขู่ถึงสถานที่ทำงาน จนแหล่งข่าวกลัว วิธีการหนึ่งที่จะถูกใช้หลังข่มขู่แล้วคือ ทำบันทึกให้ปากคำแหล่งข่าวเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ข้อมูลที่ให้หรือพูดกับสื่อมวลชนนั้นไม่เป็นความจริง ไม่เคยรู้จักกับสื่อมวลชน ให้ลงลายมือชื่อในบันทึกข้อความนำไปแสดงกับผู้บังคับบัญชาและเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กและไลน์ เพื่อแสดงว่าสิ่งที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวนั้นผิดจากข้อเท็จจริง” นายปวินท์กล่าว

นายปวินท์กล่าวอีกว่า จนถึงวันนี้สื่อมวลชน ตลอดจนชาว จ.อุตรดิตถ์ก็ไม่มีใครพูดว่านายพิพัฒน์ซื้อบริการเด็กหญิงที่ จ.แม่ฮ่องสอน แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา แต่ทำไมถึงมีข้าราชการระดับสูงใน จ.อุตรดิตถ์ สังกัดกระทรวงมหาดไทยไปข่มขู่แหล่งข่าว หรือชาวบ้านอย่างที่ทุกครั้งที่มีข่าวนำเสนอทางสื่อต่างๆ ตั้งแต่ทำงานสื่อมวลชนมาไม่เคยมียุคไหนที่ข้าราชการระดับสูงใน จ.อุตรดิตถ์ใช้อำนาจรัฐรังแกประชาชนและสื่อมวลชนเหมือนกับยุคนี้เลย และเชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ยังจะเกิดขึ้นกับแหล่งข่าวและสื่อตลอดไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารจังหวัด หรือแม้แต่เรื่องที่ปลัดอำเภอ อดีตหน้าห้องผู้ว่าฯอุตรดิตถ์รายหนึ่งคุกคามสื่อมวลชนก็ยังคงจะเกิดอยู่เหมือนเดิม เพราะมีข้าราชการระดับสูงให้ท้ายอยู่เบื้องหลัง

“ตั้งแต่มีข่าวว่าผู้ว่าฯตกเป็นจำเลยของสังคมว่าซื้อบริการเด็กหญิงที่ จ.แม่ฮ่องสอน แต่ทำไมกระทรวงมหาดไทยถึงใช้เวลาสอบสวนนานมาก ไม่สรุปว่าผู้ว่าฯคนไหนที่ซื้อบริการเด็กหญิงจริง สังคมกำลังจับตามองว่า ท้ายที่สุดแล้วจะมีผู้ว่าฯคนใดต้องรับผิดชอบ หรือไม่มีใครรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงที่ถูกข้าราชการกระทำ หรือคนที่จะต้องรับผิดชอบคือตำรวจ จ.แม่ฮ่องสอน หรือเด็กหญิง แม่เล้าเท่านั้น ส่วนผู้ว่าฯไม่ต้องรับผิดอะไรเลย หากเป็นเช่นนี้จริงแบบนี้ ภาพพจน์ของกระทรวงมหาดไทยก็จะเสียหายลงไปทุกวัน” นายปวินท์กล่าว

Advertisement

มีรายงานว่า ทางขึ้นศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์มีการสั่งการให้อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ร้อย อส.จ.อุตรดิตถ์ แต่งกายนอกเครื่องแบบ 4-5 นายมาประจำอยู่ คาดว่าน่าจะมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยเตรียมรับมือกับกลุ่มมวลชนที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมีมวลชนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจังหวัดที่เน้นเรื่องของการท่องเที่ยวมากกว่าปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรและผลไม้มาเดินขบวนขับไล่ผู้ว่าฯ ขณะเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ที่คอยสอดส่องดูแล คอยกันสื่อมวลชนไม่ให้เข้าถึงผู้ว่าฯ เพื่อสอบถามกรณีตกเป็นข่าวซื้อบริการเด็กหญิงที่ จ.แม่ฮ่องสอน ปกติการจัด อส.มาประจำศาลากลางจังหวัดทางขึ้นนั้น จะมีเพียง อส.แต่งเครื่องแบบมาคอยจัดจุดจอดรถยนต์ให้กับผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัดเท่านั้น