หน้าแรก ภูมิภาค นครศรีฯ ขอเยี...

นครศรีฯ ขอเยียวยา 4 แสนครัวเรือน ปากพนังส่อวิกฤต ที่ลุ่มต่ำท่วมขัง กลิ่นน้ำเน่ารุนแรง

3.12.25 | 15:09 น.

นครศรีธรรมราชสรุปตัวเลขผู้ลงทะเบียนขอรับการเยียวยาน้ำท่วมแล้ว กว่า 406,000 ครัวเรือน ปฎิเสธคำขอ 6,454 ราย วิกฤตน้ำเน่าส่อเค้าหนัก

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สถานศึกษา พื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์ เสียหายจำนวนมาก สถานการณ์อุทกภัย ระหว่างวันที่ 17-30 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้มีพื้นที่ประสบภัย 22 อำเภอ รวม 161 ตำบล 1,483 หมู่บ้าน 134 ชุมชนได้ประกาศเขตพื้นที่ / เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 22 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 252,464 ครัวเรือน 687,520 คน มีผู้เสียชีวิต จำนวน 12 ราย และมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหายบางส่วน 7,323 หลัง ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวันครศรีธรรมราชได้เร่งเข้าสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน

ขณะที่การเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูล ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 16.44 น. มีคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น จำนวน 406,775 ครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 46,016 ครัวเรือน ตรวจเอกสาร จำนวน 97,057 ครัวเรือน ปฏิเสธคำขอ จำนวน 6,454 ครัวเรือน และผ่านประชาคม จำนวน 257,248 ครัวเรือน ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า อำเภอปากพนังได้ทำเอกสารเสร็จสิ้นทุกครัวเรือนแล้ว รวมทั้งเขตพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอพระพรหมตามมาติดๆ

ส่วนสถานการน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอปากพนัง เริ่มส่อวิกฤตโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขัง พบมีกลิ่นน้ำเน่าอย่างรุนแรงทั่วทุกพื้นที่ โดยน้ำเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีขุ่น และบางพื้นที่เป็นสีดำคล้ำ

Advertisement

นายรุจาธิตย์ สุชาโต ประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และ นายสัมพันธ์ กุ้ยเส้ง รองเลขาธิการฯ ได้เดินทางไปสำรวจความเสียหายจากพื้นที่ประสบภัยพิบัติ บริเวณ สภ.เกาะทวด, บ้านเกาะจาก, โรงเรียนวัดเกาะจาก, โรงเรียนโศภณคณาภรณ์, วัดเกาะจาก และ พื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าพื้นที่ทางการเกษตรส่วนใหญ่ ยังมีน้ำท่วมขัง ถนนบางเส้น เช่น ถนนตัดจากหมู่ 2 ต.เกาะทวด ไปทางวัดบางบูชา รถเล็กยังไม่สามารถขับผ่านได้ เกษตรกรได้รับผลกระทบ ด้านการขนส่งพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก น้ำเริ่มเน่าเสียมีกลิ่นเหม็น

บ้านเรือนเกษตรกรบางหลังยังมีน้ำท่วมรอบตัวบ้าน ระดับน้ำลดลงช้า เนื่องจากบริเวณลำคลองบางไทร และคลองน้อย มีผักตบชวาขึ้นปกคลุมเต็มลำคลอง การระบายน้ำลงสู่ทะเลอ่าวไทยเป็นไปด้วยความยากลำบาก เกษตรกรส่วนใหญ่ เปลี่ยนอาชีพจากการทำนา เป็นการทำสวนปาล์มน้ำมัน ภายในส่วนปาล์มน้ำมัน มีน้ำท่วมขัง เชื่อว่า ถ้ามีการท่วมยาวนาน ต้นปาล์มน้ำมันเล็กอาจเน่าเสีย ส่วนต้นปาล์มใหญ่ อาจชะงักการเจริญเติบโต เนื่องจากการขาดอาหารไปเลี้ยงลำต้น