ยายพิการส่งนมโรงเรียนให้หลาน 3 ขวบดื่มก่อนไปหยอดตาให้สามี หันมาอีกทีแทบช็อกหลานพลัดตกร่องสวน จมน้ำเสียชีวิตไปแล้วเหลือไว้เพียงกล่องนมไว้ดูต่างหน้า
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ร.ต.อ.รังสรรค์ ดีรอด ร้อยเวร สภ.ลาดใหญ่ อ. เมือง จ.สมุทรสงคราม ได้รับแจ้งมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้าน ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงพร้อมด้วยนายธนู เสมอจิต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ไปตรวจสอบ พบที่เกิดเหตุเป็นร่องสวนกว้างประมาณ 1.5 เมตร (ม.) มีระดับน้ำลึกประมาณ 1 ม. และอยู่ห่างจากตัวบ้านประมาณ 10 ม. แต่ไม่พบร่างเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ 8 เดือน เนื่องจากนายชนะชัย แซ่เตียว เพื่อนบ้านรีบนำส่ง รพ.สต.บ้านตะวันจาก ซึ่งอยู่ใกล้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือแล้ว แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้เนื่องจากเด็กน้อยเสียชีวิตไปแล้ว ตรวจสอบสภาพศพไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย มีเพียงรอยถลอกบริเวณแขนและขา คาดว่าน่าจะมาจากการลื่นตกร่องสวน
นางจรูญ จันทร์แย้ม อายุ 67 ปี ยายของเด็กชายผู้ตาย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เอานมกล่องโรงเรียนให้หลานกิน จากนั้นได้ไปหยอดตาให้สามีในบ้าน ส่วนหลานชายก็เดินเล่นอยู่ข้างๆ ตนเผลอแป๊บเดียวมองหาไม่เห็นจึงตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ ตนจึงนั่งถัดไปกับพื้นอย่างทุลักทุเลตามหาหลาน เนื่องจากตนเดินไม่ได้ และแทบช็อก เมื่อเห็นหลานชายจมน้ำในลักษณะคว่ำหน้า จึงพยายามตั้งสติแล้วดึงร่างหลายชายขึ้นมา และร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเด็กน้อยผู้ตายน่าจะเดินเล่นออกมาจากบ้าน แล้วเกิดพลัดตกลงไปในร่องสวนหน้าบ้านซึ่งมีน้ำ และด้วยความเป็นเด็กจึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตก็เป็นได้ ซึ่งจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
พญ.กนกวรรณ จันทร์เจริญกิจ นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชกรรม รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า บอกว่า ขอให้ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ดูแลเด็กเล็ก หากมีบุตรหลานที่เป็นวัยที่เดินได้อย่าประมาท เพราะเด็กทุกคนมีโอกาสพลาดพลั้งได้ ยิ่งเด็กเล็กๆ เขาไม่สามารถตัดสินใจได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงบ้านใกล้น้ำเท่านั้นที่มีอันตราย แม้กระทั่งภาชนะรองรับน้ำต่างๆ ก็เป็นอันตรายต่อเด็กๆ เช่นกัน ก็ควรมีคนดูแลใกล้ชิดจนกว่าบุตรหลานโตพอจะช่วยเหลือตนเองได้


