หน้าแรก ภูมิภาค ผศ.ดร.มทร.อีส...

ผศ.ดร.มทร.อีสาน หายตัวปริศนา พร้อมรถเก๋ง พบพิกัด ไหว้พระธาตุพนม ญาติเร่งรับตัว

5.12.25 | 14:23 น.

ผศ.ดร.มทร.อีสาน วิทยาเขตโคราช หายตัวปริศนาพร้อมรถเก๋ง ญาติแจ้งความตามหา ล่าสุด พบพิกัดอยู่ที่ จ.นครพนม คาดไปทำบุญไหว้พระธาตุพนม ญาติรุดไปรับตัว ส่งเข้ารับการรักษาต่อ

นครราชสีมา-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “คน รักษ์ป่า” ได้โพสต์ผ่านเพจ “กลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง” ตามหาคนหาย โดยระบุข้อความว่า “เหตุคนหาย*** ขอประสาน เพื่อนๆพี่ๆตำรวจทางนครราชสีมา ผศ.ดร.ฐิติพร อนันทวรรณ (ตามรูป) ตำแหน่งอาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร. อีสาน) วิทยาเขตโคราช ได้หายออกจากบ้านพักในตัวเมืองโคราช ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.68 พร้อมกับ รถยนต์วีออส สีขาว ทะเบียน ขษ 3485 นม. มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายบุญทวี อนันทวรรณ บิดาของผู้สูญหาย ซึ่งเปิดเผยว่า ได้ทราบเบาะแสลูกสาวจากเจ้าหน้าที่ฯ ว่า ติดตามพิกัดโทรศัพท์มือถือของลูกสาว อยู่ที่ จ.นครพนม ตนจึงคาดว่า ลูกสาวน่าจะเดินทางไปพักผ่อน และทำบุญไหว้พระธาตุพนม เพราะเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย เก่ง ฉลาด มั่นใจในตนเอง และชอบทำบุญ แต่ไปที่ จ.นครพนม

โดยไม่ได้บอกตนเอาไว้ จึงรู้สึกเป็นห่วง อีกทั้งตอนที่โทร.ไปสอบถาม ก็บอกเพียงว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง สบายดี ไม่ต้องตามนะ” แต่ตนยิ่งรู้สึกเป็นห่วง เพราะลูกสาวยังป่วยอยู่ เนื่องจากมีอาการป่วย และเป็นโรคซึมเศร้า มาประมาณ 2-3 ปีแล้ว มีประวัติเข้ารับการรักษาที่ รพ.ป.แพทย์ และ รพ.จิตเวชนครราชสีมา ราชนครินทร์ อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

Advertisement

จนในห้วง 5-6 เดือนนี้ ลูกสาวอาการกำเริบ เริ่มเบลอ ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ และตัดสินใจจะลาออก แต่ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ให้โอกาสลาป่วยไปรักษาตัวก่อน ตนจึงเดินทางมาอยู่เป็นเพื่อนลูกที่ จ.นครราชสีมา เพราะลูกสาวอยู่คนเดียว และได้พาไปเข้ารับรักษาตัวที่ รพ.จิตเวชฯ ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ จนอาการดีขึ้น แพทย์ให้กลับบ้านได้ พร้อมกับแนะนำให้พักดูอาการอีกประมาณ 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน แต่ลูกสาวมั่นใจว่าอาการหายเป็นปกติแล้ว ไม่ยอมหยุดพัก

วันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวไปสอนที่มหาวิทยาลัยฯ ตามปกติ จากนั้น ก็หายตัวไปไม่ยอมกลับบ้าน และไม่ได้บอกใครไว้ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนจึงรู้สึกกังวลใจอย่างมาก พอครบ 24 ชั่วโมง ตนจึงไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.จอหอ จนตอนนี้ รู้พิกัดของลูกสาวแล้ว และอยู่ระหว่างให้ญาติไปรับตัว ที่ จ.นครพนม เพื่อพาตัวเข้ารับการตรวจรักษากับแพทย์ ที่ รพ.ร้อยเอ็ด ในเบื้องต้นก่อน ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ฯ และทุกๆ คนที่ได้ให้การช่วยเหลือ