ปลัดมท. สั่งเดินหน้าฟื้นฟูสงขลา เตือน 13-17 ธ.ค.ร่องมรสุมกลับมาพาดผ่านสงขลาอีกรอบ
วันนี้ (5 ธันวาคม 2568) เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดสงขลา เพื่อรับทราบสถานการณ์และมอบหมายภารกิจการปฏิบัติให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีได้ลงนามยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
โอกาสนี้ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายความมั่นคงและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า หลังการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อำนาจการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติได้ปรับเข้าสู่กลไกปกติภายใต้พระราชบัญญัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยจะมีการลดระดับภัยจาก ภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) ลงสู่ภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) และจะลดระดับลงสู่ระดับ 2 ในอนาคต โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์แทน ทั้งนี้ แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านแต่การปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานยังคงเดิม ซึ่งภารกิจของหน่วยทหารที่เข้ามาร่วมในช่วงภาวะฉุกเฉินยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าการฟื้นฟูจะเสร็จสิ้น
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวเสริมว่าการลดระดับภัยการบริหารสถานการณ์จากภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ลงสู่ภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) ซึ่งอำนาจจะอยู่ที่อธิบดีกรม ปภ. ในฐานะเลขาศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้รายงานสถานการณ์ภาพรวมตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568 พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 591,845 ครัวเรือน กว่า 1,422,000 ราย และมีผู้เสียชีวิต 145 ราย ซึ่งขณะนี้ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว โดยสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ 99% และจ่ายน้ำประปาได้ 100%
สำหรับการเยียวยาช่วยเหลือ 9,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี มีผู้ยื่นคำร้องแล้ว 658,105 ครัวเรือน โอนเงินแล้ว 225,912 ครัวเรือน ด้านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองจังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาพร้อมเพย์หรือบัญชีหมดอายุ ที่ทำให้ตัวเลขการโอนเงินที่จังหวัดต่ำกว่าที่ส่งมาจากเทศบาลและอำเภอ เพื่อเร่งรัดให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาโดยเร็ว
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับถึงความเร่งด่วนในการทำความสะอาดและการจัดการขยะที่มหาศาล โดยได้มอบหมายให้กรมอนามัยและกรมควบคุมมลพิษเข้าดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและดับกลิ่นในพื้นที่กองขยะชั่วคราว เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง พร้อมเร่งรัดการออกใบอนุญาตให้กับบริษัท TPI เพื่อให้สามารถนำขยะเข้าเตาเผาที่เกาะแต้วได้ทันที เนื่องจากเตาเผาดังกล่าวมีศักยภาพในการกำจัดขยะได้ถึง 700 ตันต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะที่สะสมและปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว
ด้านปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำเป้าหมายของนายกรัฐมนตรี “14 วันต้องสะอาด” โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าพื้นที่ทำความสะอาดเมืองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะใน 4 โซนที่มอบหมายภารกิจร่วมกับหน่วยทหาร เนื่องจากประเมินว่าการจัดเก็บขยะในพื้นที่ทั้งหมดจะต้องดำเนินการอย่างน้อย 3-4 รอบ
ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้รายงานสถานการณ์ฝนซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดฝนตกหนักอีกระลอกหนึ่ง ในช่วงวันที่ 13 – 17 ธันวาคม 2568 ซึ่งเกิดจากร่องมรสุมที่จะเลื่อนกลับมาพาดผ่านสงขลาอีกรอบและมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาเสริม อาจทำให้มีโอกาสเกิดน้ำท่วมซ้ำได้ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการออกประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อน 48 ชั่วโมง
ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เพื่อประชุมและรับทราบผลการดำเนินงานที่ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา ก่อนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

