หน้าแรก ภูมิภาค เกมแล้ว! รวบเ...

เกมแล้ว! รวบเจ้าของอู่มหาภัย ย่านกระทุ่มแบน ลอบเอารถลูกค้าไปจำนำ ของกลางอื้อ

6.12.25 | 14:59 น.

เกมแล้ว! รวบเจ้าของอู่มหาภัย ย่านกระทุ่มแบน ลอบเอารถลูกค้าไปจำนำ ของกลางอื้อ


เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ได้ควบคุมตัว นายนพดล สิทธิ์พงษ์ หรือบิ๊ก อายุ 39 ปี เจ้าของอู่ทำสีรถยนต์ “512 การาจ” พร้อมของกลางรถยนต์จำนวน 10 คัน แถลงผลการจับกุมในข้อหายักยอกทรัพย์ทรัพย์ผู้อื่น

พล.ต.ท.พิสิฐเปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารผ่านสื่อโทรทัศน์รายการ “โหนกระแส” เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นำเสนอข่าวกรณี อู่มหาภัย ผู้เสียหายร้องเอารถไปทำสี สุดท้ายถูกเชิดรถหนี จากการตรวจสอบพบอู่ดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ ซ.เพชรเกษม 91 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยลงข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก อู่สี “512 การาจ” รับทำสี เคาะ ปะผุ งานประกันชั้น 1 และ 2+ ซึ่งมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก โดยจากการโฆษณาผ่านเพจดังกล่าว ทำให้ผู้เสียหายเข้าใจว่าอู่สามารถซ่อมได้ในราคาถูกและคุณภาพดี แต่เมื่อนำรถเข้าไปซ่อมที่อู่ดังกล่าวปรากฏว่า นอกจากอู่รถไม่ทำการซ่อมแซมให้ตามที่กล่าวอ้างไว้แล้ว เมื่อทางกลุ่มผู้เสียหายได้ติดตามทวงถาม กลับไม่พบรถของตนจอดอยู่ในอู่ดังกล่าว จึงได้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดี

ทั้งนี้จากการสืบสวนและตรวจสอบข้อมูลพบว่า อู่ทำสี “512 การาจ” มีนายนพดล มีชื่อเป็นเจ้าของอู่ โดยร่วมกับนายสนธยา นาควิจิตร หรือเหลา และจากการสืบสวนยังทราบว่าเฟซบุ๊กนั้น มีนายสนธยา เป็นผู้ใช้งาน ในการประชาสัมพันธ์และถามตอบหาลูกค้ามาใช้บริการที่อู่ โดยมีการรับโอนเงินค่าซ่อมรถผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ชื่อหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นภรรยาของตัวนายสนธยา

Advertisement

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.ในวันที่ 5 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้ทำการติดตามพร้อมกับนำตัวนพดล มาซักถามในเหตุดังกล่าว เบื้องต้นนายนพดลให้การยอมรับว่า ตนเป็นคนทำสีรถให้กับอู่ดังกล่าวจริง โดยมี นายสนธยา เป็นนายทุนเปิดอู่ดังกล่าวให้ โดยก่อนหน้านั้นตัวนายนพดล เคยทำงานเป็นลูกน้องขับรถเคลมประกันภัยให้กับนายสนธยา ซึ่งทำอาชีพรับเคลมรถอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว กระทั่งต่อมาก็ได้มาเปิดอู่ดังกล่าว พร้อมกับมีการติดต่อรับลูกค้า และเมื่อมีลูกค้านำรถเข้ามาซ่อม ในครั้งแรกนั้นนายสนธยา เป็นผู้นำรถของลูกค้าออกไปจำนำ โดยที่นายนพดลให้การว่าตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

จนกระทั่งต่อมาถึงได้ทราบเรื่อง จึงได้บอกให้ติดตามรถดังกล่าวกลับมาคืนลูกค้า แต่ต่อมานายสนธยาได้ชวนนายนพดลขับรถไปเป็นเพื่อน ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่าเป็นการนำรถไปจำนำ และนายสนธยาได้แบ่งเงินส่วนแบ่งให้ หลังจากนั้นจึงได้ร่วมกันทำเรื่อยมา ในการนำรถลูกค้าไปจำนำ ซึ่งจะใช้วิธีการคือ เมื่อมีรถคันใหม่มาที่อู่ก็เอารถคันใหม่ไปจำนำแล้วไถ่รถคันเก่าคืนมา จนกระทั่งพวกตนหมุนเวียนจำนวนเงินดังกล่าวไม่ทัน จึงทำให้รถจำนวนมากค้างอยู่ที่ผู้รับจำนำ จนเกิดเป็นเหตุดังกล่าว

ส่วนรายได้จากการจำนำนั้นตอนแรกๆ ได้เพียงแค่ 500 บาทต่อเที่ยวขับ แต่ระยะหลังมีปัญหากัน จึงตกลงแบ่งกันคนละครึ่งของเงินที่จำนำรถได้ โดยรถของผู้เสียหายนั้นได้นำไปจำนำไว้กับสถานที่รับจำนำรถแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ซึ่งในส่วนของตัวเองได้ทำมาแล้วจำนวน 16 คัน

ด้านผู้เสียหายบอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้เจอรถและเสียใจที่ต้องเอาไปซ่อมอีกเพราะอะไหล่ไม่ครบ โดยได้จ่ายเงินให้กับทางอู่ไปก่อนด้วยจำนวนหนึ่ง ซึ่งที่มาทำอู่นี้เพราะมีคนแนะนำว่าราคาไม่แพง และก็เห็นในเพจเฟซบุ๊กจึงทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ พอมาดูที่อู่ก็เห็นมีรถจอดรอทำสีจำนวนมาก ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น แต่พอมาเกิดเหตุแล้ว พอมาดูอีกครั้งกลับไม่พบรถของตน และอู่ก็ปิดไม่สามารถติดต่อทางเจ้าของอู่ได้อีกเลย ทั้งนี้ตนต้องยอมรับสภาพแต่ก็ดีใจที่ได้รถคืนมา และขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามรถกลับมาได้

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามรถยนต์ในส่วนที่เหลือต่อไป เพื่อนำส่งคืนให้กับผู้เสียหาย ส่วนตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้นั้น ภายหลังจากที่แถลงผลการจับกุมตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้ส่งไปฝากขังยังศาลจังหวัดสมุทรสาคร ทันที