ตร. เตรียมเปิดบ้าน นัทปง เก็บหลักฐานซ้ำ พร้อมดูกล้องวงจรปิด ขยายผลหาแหล่งที่มาไซยาไนด์
จากกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ปงลังกา ผู้สื่อข่าวช่อง 8 เสียชีวิตของในบ้านพักย่าน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อเช้าวันที่ 30 พฤศจิกายน 39 และผลการชันสูตรพบสารพิษไซยาไนด์อยู่ในร่างกาย ทำให้เสียชีวิต
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ,พล.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ,พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี ,พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย ,พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี ได้เดินทางมาร่วมประชุมร่วมกับ ตำรวจสืบสวน บก.สส.ภ.1 ตำรวจสืบสวน ภ.จ.นนทบุรี ตำรวจสืบสวน สภ.บางกรวย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิต นายณัฐวุฒิ ปงลังกา อายุ 35 ปี ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าว ช่อง 8 หลังแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ชันสูตรศพพบสารไซยาไนด์ ในร่างกาย เป็นสาเหตุการเสียชีวิต

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวหลังใช้เวลาประชุมเกือบ 1.30 ชั่วโมง ว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค1 และ ตำรวจจังหวัดนนทบุรี เพื่อสรุปในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับคดีนักข่าวที่เสียชีวิต และตรวจพบสารไซยาไนด์ตามที่เป็นข่าว โดยวันนี้ได้มีการประชุมทีมสอบสวนและมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งจะสอบปากคำที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งหมดในคืนเกิดเหตุ และสอบปากคำพยานที่เข้าไปหลังเกิดเหตุ รวมพยานที่ต้องสอบตอนนี้ 5 ปาก
พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่า นอกจากนั้นในวันพรุ่งนี้เวลา 12.00 น. จะนำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เกิดเหตุตรวจพยานหลักฐานซ้ำ โดยจะมีการหาหลักฐานเกี่ยวกับสารไซยาไนด์ นอกจากนี้จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อหาพฤติกรรมของบุคคลที่อยู่ในคืนเกิดเหตุ
สำหรับกรณีการสืบสวน มีการแบ่งหน้าที่ โดยแยกหาแหล่งที่มาของสารไซยาไนด์ และนัดสอบเพื่อนทั้ง 4 คนในที่เกิดเหตุเวลา 10.00 น. และนัดสอบพยานที่เข้าไปหลังเกิดเหตุอีก 1 คนเวลา 12.00 น. ซึ่งบุคคลผู้นี้รู้เรื่องเกี่ยวกับสารพิษดังกล่าวว่ามีอยู่ในบ้าน คาดว่าพยานหลักฐานจะชัดเจนขึ้นในวันพรุ่งนี้

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับเวลาในการตายที่แน่นอนจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเวลา 04.00 น. กว่าผู้เสียชีวิตยังสามารถเดินออกมาทิ้งขยะได้ นอกจากนี้จะมีการเรียกสอบแพทย์ในเรื่องของสารที่นำเข้าไปสู่ในร่างกาย ว่ามีผลทำให้ตายทันทีหรือไม่ รวมไปถึงการสอบพยานที่ออกจากที่เกิดเหตุและการกลับเข้ามา ซึ่งยืนยันว่าผู้เสียชีวิตยังมีการนอนกรนอยู่ โดยทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ สำหรับผลการพิสูจน์อย่างละเอียดจะออกอีกภายใน 7 วัน
พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่มีบุคคลนำหลักฐานออกจากที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิสูจน์อีกครั้งว่ามีจุดประสงค์อะไร ซึ่งตนคิดว่าหลักฐานน่าจะอยู่ในภาพวงจรปิดทั้งหมดในบ้าน หลังจากตรวจสอบแล้ว ถ้าพบว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
ตนคิดว่าน่าจะมีการปกปิดอะไรบางอย่าง คดีนี้จากที่ดูไม่น่าจะมีความซับซ้อน คือต้องพิสูจน์ได้ว่าสารนั้นเข้าไปในร่างกายได้อย่างไร นำเข้าไปเอง หรือมีผู้ทำให้เสียชีวิต สำหรับสารไซยาไนด์จะมีการสืบสวนขยายผลว่ามาจากไหนและมาได้อย่างไร คิดว่าคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุน่าจะทราบ ส่วนเจ้าหน้าที่กู้ภัยและกู้ชีพที่เข้าไปเจอศพครั้งแรก จะมีการเรียกสอบเพิ่มเติม ส่วนเรื่องพินัยกรรมก็มีการตั้งประเด็นให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติมเช่นกัน


