โรงแรมหาดใหญ่เสียหายจากน้ำท่วมกว่าร้อยละ 90 วันนี้เปิดให้บริการได้ประมาณ 30 แห่งต้องมีค่าซ่อมมากกว่า 3,000 ล้าน ในขณะที่เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวที่คาดว่าเดือนธันวาคมจะอยู่ที่ 5-6 พันล้านหายไปกับน้ำทั้งหมด
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่าโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการได้แล้วกว่า 30 แห่ง หลังผ่านพ้นมหาอุทกภัย โดยมีทั้งโรงแรมที่น้ำท่วมเล็กน้อยและน้ำไม่ท่วม ที่ยังไม่ได้เปิดเต็มรูปแบบ แต่ต้องให้บริการผู้ที่เดินทางเข้ามาช่วย กู้ภัยหรือเข้ามาทำธุระในพื้นที่ ในภาพรวมโรงแรมได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมร้อยละ 80-90 และมีค่าซ่อมเกือบ 3,000 ล้านบาท
“ส่วนความเสียหายในเชิงธุรกิจนั้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในช่วงปลายปีซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นพบว่ารายได้ที่ควรจะมีหายไปหมด เนื่องจากในเดือนธันวาคม เดิมมีแผนกิจกรรมในเชิงการท่องเที่ยวที่จะสร้างรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประชุมหอการค้าทั่วประเทศที่จะต้องมีขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จังหวัดสงขลาเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซึ่งได้มีการเตรียมการในเรื่องของโรงแรมสำหรับรองรับนักกีฬา รวมถึงแฟนคลับที่ชื่นชอบการแข่งขัน ซึ่งโรงแรมได้มีการพัฒนาเพื่อรองรับในส่วนนี้แต่ปรากฏว่าเกิดน้ำท่วมเสียก่อน รวมถึงกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่อยู่ระหว่างเตรียมการจัดงานในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้หายไปทั้งหมดจากที่คาดการณ์ไว้ว่าในเดือนธันวาคมจะมีเงินสะพัดด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 5-6 พันล้านบาทหายไปทั้งหมด”นายสิทธิพงษ์ กล่าว
นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวที่มีการจองเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวล่วงหน้าก็ได้ยกเลิกการเดินทาง บางส่วนที่ยังไม่ยกเลิกก็รอดูสถานการณ์ว่าสิ้นปีนี้นั้นสภาพของหาดใหญ่จะสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้หรือไม่ ร้านอาหารหรือร้านที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวเปิดให้บริการได้แล้วหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่ ก็คิดว่ากลุ่มเหล่านี้จะต้องยกเลิกทั้งหมด โดยมองว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในปีนี้มองภาพว่าบรรยากาศคงเป็นไปอย่างเงียบเหงาเป็นบรรยากาศทั่วไป เพราะหลายหน่วยงานก็ยกเลิกการจัดงาน
ในเรื่องของการฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ประกอบการนั้น ระยะแรกถ้านายกรัฐมนตรีประกาศ 14 วันตนอยากให้ 14 วันนี้สามารถทำได้ด้วยความเป็นจริงถ้า 14 วันทำไม่ได้โอกาสที่จะไปหวังอย่างอื่นคงต้องบอกว่าค่อนข้างริบหรี่ หากสามารถเคลียร์ จัดเก็ยขยะจากน้ำท่วมตรงนี้ได้คิดว่าเรื่องต่างๆจะตามมาเอง โดยภาคเอกชนมีความพร้อม แต่ไม่ใช่ว่าภาคเอกชนขับเคลื่อนไปแล้ววางแผนงานทั้งหมดไปแล้วแต่การเคลียร์ขยะออกจากเมืองยังทำไม่แล้วเสร็จนักท่องเที่ยวเข้ามาพบเห็นแต่ขยะก็จะส่งผลกระทบทำให้ภาพลักษณ์เมืองติดลบในสายตานักท่องเที่ยวเพราะฉะนั้นอย่าให้นักท่องเที่ยวมาจะดีกว่า
ส่วนระยะกลางคือการดูแลและให้ผู้ประกอบการตั้งตัวได้ด้วยการให้หยุดพักชำระหนี้เดิมทั้งหมดทั้งต้นและดอกและจัดหาซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำมาให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสกลับมาตั้งตัวใหม่ซึ่งในระยะแรกอาจจะต้องงดการผ่อนต้นผ่อนดอกไปก่อนเพื่อให้ตั้งตัวได้มีรายได้แล้วค่อยกลับมาผ่อนซึ่งอาจจะอยู่ในระยะ 2-3 ปี งดจัดเก็บภาษีที่ดิน ลดภาระการชำระภาษีสุดท้ายแล้วรัฐจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีก นี่คือจุดชี้ชะตาหาดใหญ่เพราะเมื่อนักลงทุนมองมาจะเอาเงินมาลงทุนถ้ายังไม่มั่นใจว่าจะเกิดน้ำท่วมอีกหรือไม่ นักลงทุนกลุ่มนี้จะหาย นักท่องเที่ยวเท่าที่ได้พูดคุยบางกลุ่มก็บอกว่ามา บางกลุ่มก็บอกว่าไม่มา แต่หากจะมา ก็จะไม่มาช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยวก็ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ดังนั้นถ้ามีแผนในการป้องกันน้ำท่วมชัดเจน ก็จะสร้างความเชื่อมั่นในเมืองหาดใหญ่ได้

