หน้าแรก ภูมิภาค ปธ.สหพันธ์ปลั...

ปธ.สหพันธ์ปลัดไม่หวั่นถูกร้องตั้ง กก.สอบ หลังเปิดโปงคดีค้ากาม เตรียมยื่นหนังสือนายกฯ 4 พ.ค.นี้

3.05.17 | 19:15 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย(ส.ปอ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ กรรมการบริหารสหพันธ์ฯจะเดินทางไปยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้ใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ กรณีที่มีข้าราชการะดับสูงเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์ที่ จ.แม่ฮ่องสอน และยืนยันว่าไม่วิตกกังวลหลังจากมีกลุ่มสตรีในจังหวัด มีนายกเหล่ากาชาดเป็นแกนนำ และเจ้าหน้าที่บางกลุ่มที่ใกล้ชิดกับผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ยื่นเรื่องให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตั้งกรรมการสอบสวน หลังจากออกมาเปิดโปงปัญหาค้ากามเด็ก แต่บุคคลเหล่านี้ไม่เคยให้ความสนใจช่วยเหลือเด็กและผู้ปกครองที่อยู่ในขบวนการขายบริการทางเพศจากค่านิยมเลี้ยงดูปูเสื่อ นอกจากนั้น ล่าสุดได้แจ้งให้มารดาของเด็กหญิงรายหนึ่งที่พัวพันกับคดี ไม่ควรนำเด็กไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจของกรมการปกครอง เนื่องจากหลายฝ่ายไม่เชื่อมั่นในการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะมีการช่วยเหลือข้าราชการระดับสูง เช่นเดียวกับการบิดเบือนข้อมูลจากการให้ถ้อยคำกับกลุ่มสหวิชาชีพ


ประธานสหพันธ์ฯ กล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวหากใช้กฎหมาย หรือกระบวนการตรวจสอบเพื่อนำผู้กระทำผิดมารับโทษ ทั้งทางอาญา และวินัยตามกระบวนการปกติจะล่าช้ามาก และอาจมีการปกปิด บิดเบือน ที่เกี่ยวข้องกับหลักฐาน และที่สำคัญคือพยาน ได้แก่ เด็กที่เป็นเหยื่อ โดยมีข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ที่มีเจตนาช่วยเหลือปกป้องผู้กระทำผิดที่ไม่สุจริต ถือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ ทำให้เสื่อมเสียส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างรุนแรง

“หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดเกี่ยวข้อง ถ้ามีหลักฐานเพียงพอปรากฏมูลเหตุแห่งความผิด ทั้งการละเลย หรือไร้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ ขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างเด็ดขาด ให้เป็นตัวอย่าง ทั้งทางอาญา ทางวินัย โดยให้พ้นการปฏิบัติหน้าที่การเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ไม่ควรลงโทษแค่สั่งการให้ไปประจำนอกหน่วยงานเดิม โดยไม่ได้ทำหน้าที่ แต่ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนปกติ เพื่อรอการตรวจสอบ และหลังจากเรื่องเงียบบุคคลเหล่านี้มักจะไม่ปรากฏความผิดใดๆ จากนั้นมีการยุติเรื่อง จากการช่วยเหลือในระบบอุปถัมภ์จากวัฒนธรรมเก่าของบางองค์กร” นายบุญญฤทธิ์กล่าว