เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนที่ 8 (แม่กา) ที่ออกลาดตระเวนป้องกันรักษาป่า ได้พบชาวบ้านบุกรุกป่าจำนวน 2 ราย จึงได้เข้าจับกุม พบของกลางเป็นเต่าปูลู จำนวน 4 ตัว ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ถูกชาวบ้านจับออกมาและใส่กระสอบ โดยกำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกมา บริเวณห้วยแม่สะเปา เขตบ้านใหม่พัฒนา ม.8 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน แต่มาพบเจ้าหน้าที่ก่อนจึงถูกตรวจสอบและจับกุม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ซ้อน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมของกลางรถ จยย. 2 คัน ส่วนเต่าปูลูหลังบันทึกภาพเพื่อจับกุม ก็ได้นำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เต่าปูลูที่ตรวจยึดได้เป็นสัตว์สงวนหายากมาก โดยเป็นเต่าที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากถูกคุกคามที่อยู่อาศัย และถูกจับเป็นสัตว์เลี้ยง หรือนำไปฆ่า เพื่อปรุงยาสมุนไพร ซึ่งที่ผ่านมาถือว่ามีการซื้อขายเต่าดังกล่าวในราคาสูง สำหรับภายในป่าลึกเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนแห่งนี้ก็เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเต่าหายาก และใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้เช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่มีการตรวจเข้ม เพื่อป้องกันรักษาป่า และการลักลอบเข้าไปหาของป่าทุกชนิดออกไป โดยเต่าปูลูจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนเต่าทั่วไป จะมีหางยาว หัว และขาไม่สามารถหดในกระดองได้เหมือนเต่าทั่วไป มีความสามารถในการปีนป่าย และกินสัตว์จำพวกปู หรือปลาเป็นอาหาร ซึ่งในประเทศไทยนอกจากที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน แล้ว ยังพบในป่าไม่กี่แห่งในประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติคลองตรอน อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ และ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก, ในป่าห้วยหลวง ต.เรือง อ.เมือง จ.น่าน และอุทยานแห่งชาติขุนน่าน โดยแหล่งอาศัยจะอยู่ในป่าลึกบริเวณน้ำตกบนเขาสูง หรือป่าดิบชื้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจากการศึกษาเคยพบเต่าปูลูตัวที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ลำปาง โดยมีน้ำหนัก 910 กรัม ความยาวกระดองหลัง 18.7 เซนติเมตร และความยาวหาง 23 เซนติเมตร ซึ่งเต่าชนิดนี้มีลักษณะไม่เหมือนเต่าทั่วไป จึงถูกจัดให้เป็นเต่าที่มีหางยาวที่สุดในโลก

