กลุ่มจีนเทานับร้อย หนีการกวาดล้างจากพื้นที่เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ เมืองเมียวดีเข้าเมืองพญาตองซู เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย กะเหรี่ยง DKBA–KNU ตั้งจุดสกัดตรวจเข้ม ชายแดนสังขละบุรี จับกุมกลุ่มลอบข้ามชายแดนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มีสัญญาณตึงเครียดมากขึ้น หลังฝ่ายความมั่นคงทั้งไทยและเมียนมารายงานว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มพบกลุ่มจีนเทาหลายสิบคน ลักลอบย้ายถิ่นจากเมืองเมียวดีเข้าสู่เมืองพญาตองซู (ตั้งอยู่ตรงข้ามด่านเจดีย์สามองค์) เพื่อหลบหนีการกวาดล้างเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ของรัฐบาลเมียนมา
ทั้งนี้ กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) โดย พ.อ.เอวัน ผู้บังคับการกองพลน้อยที่ 2 เริ่มมาตรการ คุมเข้ม โดยตั้งจุดตรวจบนถนนสาย 87 เส้นทางหลักเชื่อมเมืองซาเองเซ็กจี-พญาตองซู โดยเน้นตรวจรถทุกคัน ตรวจบัตรทุกคน เพื่อสกัดการลักลอบเดินทางของชาวจีน หลังพบข้อมูลว่ามีกลุ่มจีนเทาเข้ามาอาศัยในเมืองพญาตองซูแล้วกว่า 100 คน ส่วนหนึ่งเดินทางมาจากเมียวดี และอีกจำนวนมากใช้ช่องทางธรรมชาติฝั่งไทยด้านสังขละบุรี
จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ฝั่งไทย ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจฝั่งไทยเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเต็มที่ โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งสู่ด่านเจดีย์สามองค์ และบริเวณด่านน้ำเกิ๊ก หมู่ 9 ต.หนองลู จุดเสี่ยงลักลอบเข้าเมือง หลังมีรายงานว่าเมียนมากำลังเตรียมปฏิบัติการจับกุมชาวจีนเทาในพื้นที่พญาตองซู ซึ่งอาจทำให้กลุ่มดังกล่าวทะลักเข้ามาฝั่งไทยเพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU.-) โดย ร.อ.แอะเก่อญอ รอง ผบ.ตร.จังหวัดดูปลาย ได้ส่งมอบชาวจีนรวม 23 คน (ชายจีน 20 และจีนโกงก้าง 3 คน) ซึ่งหนีออกจากพื้นที่ เคเคปาร์ค เมืองเมียวดี มายัง สภ.สังขละบุรี ก่อนถูกนำส่ง ตม.กาญจนบุรี ดำเนินคดีเข้มงวด

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมคนไทย 2 คน คือ นายสมบูรณ์ อายุ 55 ปี และนายศิริพันธ์ อายุ 56 ปี พร้อมชาวจีนอีก 8 คน ไม่สามารถแสดงเอกสารเข้าเมืองได้ พร้อมยึดรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 2 คัน ยานพาหนะที่ใช้รับ–ส่งกลุ่มจีนเทาจากกรุงเทพฯ ผ่าน อ.ไทรโยค มุ่งหน้าเจดีย์สามองค์เพื่อข้ามแดนไปพญาตองซู
นอกจากนี้ ช่วงคืนที่ผ่านมา พ.ท.อ่องทู รอง ผบ.บก.ยว.ที่ 2 DKBA นำกำลังทหาร-พลเรือนกว่า 40 นาย พร้อมผู้นำชุมชน ตรวจค้นโรงแรมย่านบ้านกะยิ่นซุ ตลาดพญาตองซู และพื้นที่ชุมชนหลังสนามกอล์ฟ ซึ่งเคยเป็นแหล่งกบดานชาวจีนก่อนรัฐบาลไทยตัดไฟฟ้า สัญญาณสื่อสาร ทำให้ต้องย้ายหนี ผลการตรวจไม่พบชาวจีนเข้าพัก DKBA ระบุว่า จะเดินหน้าลาดตระเวนตรวจค้นต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการซ่อนตัวของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์จากเคเคปาร์คและชเวโก๊กโก่
ทั้งนี้ DKBA และ KNU มีข้อตกลงร่วม ห้ามชาวจีนเทาเข้ามาพักอาศัยในเมืองพญาตองซู หากพบผู้ใดให้ที่พักหรือช่วยเหลือ จะถูกดำเนินคดี โทษจำคุก 2 ปี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ในระดับเฝ้าระวังขั้นสูง เจ้าหน้าที่ไทยยังคงตรึงกำลังเข้มตามแนวชายแดน ป้องกันการหลบหนีเข้ามาเพิ่มต่อเนื่อง

