หน้าแรก ภูมิภาค ‘อดีตเม...

‘อดีตเมียตำรวจ’ ขู่กระโดดเสาวิทยุกลางเมืองโคราช อ้างคดีหลานวัย 14 ถูกข่มขืนไม่คืบ!!

4.05.17 | 13:10 น.

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.อ ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผกก.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีคนปีนเสาวิทยุสื่อสาร ขนาดความสูง 90 เมตร ของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังจำนวนหนึ่ง พบหญิงไทยไม่ทราบชื่อได้ลักลอบปีนขึ้นไปนั่งพักอยู่ช่วงกลางโครงเหล็กของเสาโทรคมนาคม Self Supporting Tower ซึ่งไม่มีสายยึดโยงกับพื้นที่ติดตั้ง บนความสูงห่างจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร พร้อมโยนใบปลิวที่เป็นกระดาษขนาดเอ 4 ซึ่งเป็นสำเนาของข้อความที่เขียนด้วยลายมือ มีข้อความใจความว่า เด็กอายุ 14 ปีถูกข่มขืน อนาจาร แต่คดีไม่คืบ มีความพยายามช่วยให้คนกระทำผิดพ้นผิด แจ้งความเป็นปี ไม่มีผล กลับถูกเจรจาไกล่เกลี่ยแทน ซึ่งมีการต่อว่าพนักงานเจ้าหน้าที่อีกด้วย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ได้นำเบาะลมมากางรองรับ หน่วยกู้ชีพสว่างเมตตาโคราช จัดทีมบุคลากรทางการแพทย์เตรียมเผชิญเหตุร้าย แต่หญิงคนดังกล่าว ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวนิรัชนก ไมล์โล อายุ 35 ปี ได้ลุกขึ้นยืนเดินบนโครงเหล็กแล้วปีนไต่บันไดขึ้นไปอีก 20 เมตร ก่อนโยนกระเป๋าสะพาย ด้านในมีเสื้อผ้า และเครื่องใช้ส่วนตัว รวมทั้งถอดรองเท้าผ้าใบทิ้งลงมาทีละข้าง สร้างความหวาดเสียวให้เจ้าหน้าที่ และไทยมุงกว่าร้อยคนที่มาลุ้นเหตุการณ์ หลายครั้ง

ต่อมา นายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รอง ผวจ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุใช้ไมโครโฟนผ่านเครื่องขยายเสียงพูดคุย เกลี้ยกล่อม โดยให้สัญญาจะรับเรื่องร้องเรียน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้ตามที่นางสาวนิรัชนก ต้องการ เวลาผ่านไปนานกว่า 45 นาที อุณหภูมิอากาศเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ เกรงว่าจะพลาดพลัดตกลงมา จนกระทั่งเจรจาสามารถสำเร็จ จึงมอบหมายให้ ร.ต.ท.อุฬาร ศรีชำนาญ รอง สวป.สภ.เมือง  และเจ้าหน้าที่ ปภ. 1 นาย ใช้รถเครนติดกระเช้า ปีนขึ้นไปเจรจาอย่างใกล้ชิดใช้เวลาประมาณ 10 นาที นางสาวนิรัชนก จึงยอมให้ช่วยเหลือลงมาที่พื้นอย่างปลอดภัย ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง ปรบมือดีใจ

สำหรับผู้ก่อเหตุ เคยเป็นภรรยาของนายดาบตำรวจ  อ.เมือง จ.นครราชสีมา  ต่อมามีปัญหาครอบครัวถึงขั้นหย่าร้าง โดยกล่าวหาอดีตสามีลักลอบได้เสียกับหลานสาวตัวเอง จนกระทั่งมีลูกด้วยกัน จึงได้ร้องทุกข์ กล่าวโทษทั้งทางคดีความ และทางวินัยข้าราชการ ซึ่งผลสอบไม่พบมูลความผิดรวมทั้งอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่ก็ยังคงร้องความเป็นธรรมกับผู้บังคับบัญชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง