หน้าแรก ภูมิภาค แปดริ้ว ขานรั...

แปดริ้ว ขานรับ ดิสนีย์แลนด์ โปรเจ็กต์ใหญ่ พิพัฒน์ พื้นที่อีซีซี

12.12.25 | 14:09 น.

เอกชน-นักวิชาการ” ขานรับ “ดิสนีย์แลนด์” โปรเจ็กต์ใหญ่ “พิพัฒน์” พื้นที่อีซีซี แปดริ้วเสนอตัวขอโอกาสบ้าง

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายชาลี เจริญสุข ผู้ประกอบการค้าไม้และวัสดุก่อสร้าง โฆษกสภาอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา และเลขาธิการ นายโอกาส เตพละกุล ประธานอีอีซี จ.ฉะเชิงเทรา ได้กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมดึงสวนสนุกระดับโลก “ดิสนีย์แลนด์” และการสร้างสนามกีฬาระดับโลก ขนาด 8 หมื่นที่นั่งเข้ามาในพื้นที่ EEC ว่า เป้าหมายใหญ่ของเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ใน 3 จังหวัด (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง) นั้นก็เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย

ฉะนั้นเมื่อนายพิพัฒน์มีนโยบายที่จะดึงโครงการใหญ่ อย่างดิสนีย์แลนด์เข้ามาลงทุน จึงเป็นเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย และที่สำคัญพื้นที่ 3 จังหวัดอีอีซีนั้น นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า น่าจะเป็นการลงทุนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ก็อยากให้พิจารณาว่าชาวฉะเชิงเทราก็อยากได้เช่นเดียวกัน ทั้งดิสนีย์แลนด์และสนามกีฬาระดับชาติ ที่สืบเนื่องมาจากโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้สร้างปรากฎการณ์อันโด่งดังขึ้นมาภายใน 3 วัน ทำให้ประชาชนสนใจในเรื่องของกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก

ที่ผ่านมาได้พูดคุยกันภายในสภาอุตสาหกรรม และทางอีอีซี จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมองหาพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ นำมาทำเป็นสนามกีฬาสำหรับรองรับด้านการกีฬา ตลอดจนการมองไปถึงการจัดแข่งขันซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ รวมถึงกีฬาประเภทอื่นๆ จากเดิมในประเทศไทยนั้นมีสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่จะถูกนำมารองรับการจัดการแข่งขันในต่างจังหวัดไม่พร้อม ในวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ระดับรัฐมนตรี ที่ได้นำเสนอแนวความคิดที่สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่อีอีซีใน 3 จังหวัด จึงทำให้ภาคเอกชนในพื้นที่สนใจที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่”นายชาลี กล่าว

ขณะที่นายสุกัณฑ์ โสรัจจกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ส่วนตัวนั้น สำหรับภาคอุตสาหกรรมยังคงมีปัญหาทางด้านการผลิต เกี่ยวกับเรื่องของค่าแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจความเป็นจริงในพื้นที่ ทั้งวันหยุดงานและสวัสดิการอะไรอีกหลายอย่างที่ผู้ประกอบการต้องให้แก่พนักงาน รวมถึงการลดชั่วโมงการทำงานด้วย จนทำให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมนั้นมีปัญหา แต่ขณะเดียวกันในภาคอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวนั้น มองว่ายังมีช่องทางและโอกาสเกิดขึ้น

Advertisement

โดยเฉพาะการท่องเที่ยวด้านการกีฬา ซึ่งการกีฬาของฉะเชิงเทราขณะนี้เป็นลำดับต้นๆของประเทศที่ได้รับความสนใจจากประชาชน ตัวอย่างเช่นโรงเรียนหมอนทองวิทยา อ.บางน้ำเปรี้ยว และยังมีทีมบาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล ใน ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต ที่เคยได้เข้ารอบชิงแชมป์มาหลายครั้งแล้ว แต่ยังขาดการผลักดัน จึงมองว่าเรายังมีศักยภาพอีกมากมายในพื้นที่ ที่รอการผลักดันสนับสนุน หากทางส่วนกลางให้การสนับสนุน จึงถือว่าเป็นช่องทางและเป็นโอกาสที่จะทำให้ฉะเชิงเทราเป็นจุดที่จะพัฒนาสร้างบุคคลากรขึ้นไปสู่ระดับประเทศและอาจจะไปถึงระดับโลกด้วยก็เป็นได้

ส่วนนายธานินท์ ศิริวรรณ ชาว ต.บ้านโขด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นนักวิชาการอิสระสาขาสังคม-อุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ๆ นั้น ต้องมีกระบวนการศึกษากับคนในพื้นที่อย่างชัดเจนหรือสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ โดยตนเองเป็นชาว จ.ชลบุรี แต่มีมารดาเป็นชาว อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จึงมองในฐานะคนพื้นที่ว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่ดี ที่จะดึงเม็ดเงินต่างๆ เข้ามา ทั้งดิสนีย์แลนด์และโครงการสร้างสนามกีฬา

“ความจริงแล้วในมุมมองชาวบ้านนั้นคิดว่าน่าจะกระจายรายได้มาสู่ชุมชน เช่น กระจายมายัง จ.ฉะเชิงเทรา หรือ จ.ระยองบ้าง เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ สิ่งสำคัญโครงการลักษณะนี้จะได้ผลงานใหญ่ๆ 3 ประการ คือ 1 เป็นหน้าตาของประเทศไทย และเป็นผลงานของรัฐบาลที่จะดึงเศรษฐกิจและเม็ดเงินหลักล้านล้านบาทเข้ามา ส่วนที่ 2 นั้นจะได้ในภาคธุรกิจที่จะเกิดการหมุนเวียนด้านเศรษฐกิจซัพพลายเชนต่างๆ ทั้งด้านการเงิน การก่อสร้าง และการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับนักธุรกิจแต่ละจังหวัดที่จะสนใจเข้ามา ส่วนที่ 3 คือจะได้กับชุมชน “นายธานินท์กล่าว