เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 นายกมล นวลใย ผู้อำนวยการอุทยานแห่งชาติ นายทักษิณ มงคลคมรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ก่อนเข้าตรวจสอบพื้นที่ หลังมีผู้ร้องเรียนว่ามีนายทุนเข้ามาซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้านในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ปลูกบ้านไม้สักหลังใหญ่บนพื้นที่กว่า 3 งานเศษ บริเวณหมู่ 1 ต.บ้านแยง อ.นครไทย ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดและรื้อถอน
ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 กล่าวว่า เนื่องด้วยพื้นที่ดังกล่าว เดิมเป็นของนายวิโรจน์ ขำช้าง ซึ่งได้ถือครองตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 (CN10บ้านแยง) เนื้อที่ 26 ไร่ ซึ่งมีการผ่อนปรนให้อาศัยทำกินได้ แต่ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือโดยเด็ดขาด แต่ต่อมานายประยูร รัตนวัน อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 582 หมู่ 1 ต.บ้านแยง อ.นครไทย ซึ่งได้ย้ายครอบครัวมาจาก จ.ศรีสะเกษ มาอาศัยที่บ้านหลังเขา ต.บ้านแยง อ.นครไทย เพื่อทำอาชีพรับจ้างทำเกษตร ตั้งแต่ปี 2537 โดยไม่มีที่ทำกิน ไม่มีบ้านอาศัย ต่อมาได้รู้จักกับนายวิโรจน์ เจ้าของที่ดินดังกล่าว นายประยูรจึงขอแบ่งซื้อที่ดินจากนายวิโรจน์ จำนวน 5 ไร่ ในปี 2547 ทำการปลูกบ้านไม้สักเพื่ออาศัยและทำกิน โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นการทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ซึ่งมีการผ่อนปรนให้อาศัยทำกินได้ แต่ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือโดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กล่าวว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่กว่า 800,000 ไร่ ได้มีการกันพื้นที่ออกให้เป็นที่ดินทำกินของประชาชน จำนวน 3,000 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 70,000 ไร่ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นที่ดินของนายวิโรจน์ อย่างไรก็ตาม นายประยูรกล่าวยอมรับความผิด พร้อมยินดีที่จะย้ายบ้านไม้สักออกจากพื้นที่ และเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริเวณบ้านไม้สักด้วยตนเอง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมควบคุมไป สภ.บ้านแยง เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย



