หน้าแรก ภูมิภาค จับแก๊ง&#8221...

จับแก๊ง”ยุ้ย ท่าเรือ” ยึดยาบ้า 2.7 ล.เม็ด ไอซ์ 222 กก. มูลค่า 65 ล้าน

12.12.25 | 15:17 น.

ทลายเครือข่าย “ยุ้ย ท่าเรือ” ยึดยาบ้า 2.7 ล.เม็ด ไอซ์ 222 กก.มูลค่า 65 ล้าน


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี นายเดชาธร เชาว์เลขา รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายนพรัตน์ หรือเอ้ อายุ 32 ปี และ น.ส.สิริพร หรือหนึ่ง อายุ 42 ปี ยึดยาบ้า 2,700,000 เม็ด ยาไอซ์ 222 กิโลกรัม คีตามีน 28 กิโลกรัม รถตู้แวน ใช้ลำเลียงยาเสพติด 1 คัน รถเก๋ง 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เครือข่ายนายนรรศมินทร์ เรืองโรจน์ หรือฉายา “ยุ้ย ท่าเรือ” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด ที่หลบหนีอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

พล.ต.ท.วัฒนากล่าวว่า การจับกุมทลายเครือข่ายยาเสพติดของยุ้ย ท่าเรือ เป็นความร่วมประสานงานของตำรวจสระบุรี ตำรวจพระนครศรีอยุธยา และหน่วยข่าวกรองทหาร โดยนายนรรศมินทร์ สั่งยาเสพติดจำนวนมากมาให้เครือข่ายกระจายยาเสพติด อยู่ในพื้นที่ จ.สระบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ที่หมู่ 7 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมของกลางมูลค่ากว่า 65 ล้านบาท

พล.ต.ท.วัฒนากล่าวว่า ขบวนการขนยาเสพติด ใช้เทคโนโลยีปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม โดยกลุ่มนี้จะเลือกใช้รถตู้หรู ที่ถอดเบาะภายในห้องโดยสารออกหมด ใช้ในการขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ โดยติดตั้งระบบการเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียน โดยไม่ต้องจอดรถเพื่อถอดเปลี่ยนทะเบียน ภายในรถติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณจีพีเอสเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของตำรวจ แต่ตำรวจใช้เครื่องมือทางเทคนิค พบความเคลื่อนไหวและเข้าจับกุม

Advertisement

“เครือข่ายของยุ้ย ท่าเรือ เมื่อนำยาเสพติดมาเก็บไว้แล้ว จะมีกลุ่มผู้ต้องหาอีกชุด ใช้รถเก๋ง และรถจักรยานยนต์ นำยาเสพติดที่ลูกค้าสั่งไปกระจายวางไว้ตามเสาไฟฟ้า และถังขยะ โดยคนสั่งกับคนซื้อจะไม่รู้จักกันเลย ไม่มีการติดต่อกันเลยทางโทรศัพท์หรือทางโซเชียล มีเพียงเจ้าของยาเสพติด คือนายยุ้ย ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศที่คอยสั่งการ” พล.ต.ท.วัฒนากล่าว

สำหรับนายนรรศมินทร์ เรืองโรจน์ หรือยุ้ย ท่าเรือ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติดรายสำคัญที่หลบหนีการจับกุมไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน มีประวัติอาชญากรรมตั้งแต่อายุ 14 ปี ในคดีฆ่าคนตาย เมื่อพ้นโทษออกมา เป็นมือปืนรับจ้าง ก่อเหตุอีกหลายคดี จนถูกจัดอันดับเป็นมือปืนรับจ้างลำดับที่ 36 ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวได้ติดคุกไปหลายปี ไปรู้จักกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด หลังพ้นโทษออกมาได้หันมาเป็นพ่อค้ายาเสพติด และมาเป็นผู้สั่งยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ถูกออกหมายจับจนต้องหลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน