บริษัทประกันอ่วม! ค่าสินไหมทดแทน น้ำท่วมภาคใต้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท คปภ.เร่งจ่ายใน 3-7 วัน
วันที่ 12 ธ.ค.68 ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.สงขลา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ประชุมติดตามสถานการณ์ความเสียหายและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ มีหัวหน้าสำนักงาน คปภ. ในหลายจังหวัดภาคใต้ บริษัทประกันวินาศภัยกว่า 25 แห่ง หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อรายงานข้อมูลความเสียหายและหารือแนวทางช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ประสบความเดือดร้อนในแต่ละพื้นที่
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดการแจ้งสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัยเพิ่มสูงขึ้น โดยการประกันภัยรถยนต์มีผู้แจ้งเคลมแล้วประมาณ 29,000 ราย มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 8,000 ล้านบาท ส่วนการประกันวินาศภัยประเภทอื่น เช่น บ้านเรือนหรือทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ มีการแจ้งเคลมประมาณ 25,000 ราย คิดเป็นมูลค่าสินไหมประมาณ 1.9–2 พันล้านบาท ทำให้ยอดสินไหมทดแทนจากสถานการณ์ครั้งนี้ทะลุเกือบ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว
นายชูฉัตร เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือประชาชนได้สั่งการให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งปรับขั้นตอนงานเอกสารให้ยืดหยุ่นมากที่สุด เนื่องจากประชาชนจำนวนมากกำลังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะรถที่เสียหายสิ้นเชิง ซึ่งพบว่ามีมากกว่าครึ่งของรถที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด หากเอกสารครบถ้วน คปภ.ขอให้บริษัทเร่งจ่ายค่าสินไหมภายใน 3–7 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด
“รถยนต์ที่ต้องซ่อมกว่า 15,000 คัน คปภ.ขอความร่วมมือให้บริษัทประกันเร่งประสานงานกับอู่ซ่อมรถในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง เร่งจัดหาอะไหล่ให้เพียงพอ เพื่อให้สามารถซ่อมแซมรถได้ทันตามความต้องการ พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำให้บริษัทประกันชี้แจงเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกรณี Total Loss และวงเงินคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก”
นายชูฉัตร เปิดเผยว่า การประกันชีวิต การสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กว่า 140 ราย คปภ. ตรวจสอบพบผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประมาณ 50 ราย และได้ประสานรายชื่อไปยังบริษัทประกันชีวิตแล้ว เพื่อให้ติดต่อตามหาทายาท และดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุด คปภ.ยืนยันว่าจะเร่งรัดกระบวนการพิจารณาสินไหมทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

