ฉก.ลาดหญ้า-กกล.สุรสีห์ สกัดจับรถตู้หรูคาด่าน ดัดแปลงรถซุกยาเค มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับแจ้ง ว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมาก จากบริเวณชายแดน จ.กาญจนบุรี จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ และพันตำรวจเอก ปริญญา ใคร่ครวญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ จัดกำลังพล เข้าตรวจบริเวณ จุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
จนกระทั่งเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน 5ขว 2931 กรุงเทพมหานคร ขับมาจากทางด้าน อ.สังขละบุรี มุ่งหน้าเข้าตัว อ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อมาถึงด่านเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น จากการตรวจค้นครั้งแรกไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่สังเกตพบว่าบริเวณประตูรถทั้งซ้ายและขวามีลักษณะที่ผิดปกติ จึงตัดสินใจงัดออกมาดู ผลปรากฏพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายเมธี หรือเก่ง คนขับเอาไว้
จากนั้นจึงนำรถยนต์คันดังกล่าวไปที่อู่ซ่อมรถ เพื่อตรวจค้นอย่างละเอียด ผลพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ด้านในประตูฝั่งคนขับ ประตูซ้าย และที่ช่องลับใต้พื้นรถ พบเป็น (เคตามีน-ยาเค) จำนวน 182 ถุง น้ำหนักรวมกัน 182 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่าป้ายทะเบียนที่นำมาติดเป็นป้ายทะเบียนปลอม อีกทั้งพบว่าหมายเลขแชสซีส์ก็ไม่ตรงกันกับตัวรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
เบื้องต้น นายเมธีผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากผู้หญิงคนหนึ่งให้ตนไปขับรถยนต์คันดังกล่าว ที่จอดทิ้งเอาไว้ที่ฝั่งบ้านบ่อญี่ปุ่น ประเทศพม่า ที่มีชายแดนติดกับบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เพื่อให้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดทิ้งเอาไว้ในเขตพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี โดยจะได้ค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา “จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการต่อไป


