‘ยุบสภา’ เอกชนหาดใหญ่เคว้ง หลังยื่นข้อเสนอช่วยภาคธุรกิจจากเหตุมหาอุทกภัย ชี้ ‘ยุบสภา’ ไม่ใช่จังหวะที่ถูกต้อง
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายสิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่า การตัดสินใจยุบสภาฯ ของนายกอนุทินนั้น เห็นว่ายังไม่ใช่จังหวะที่ถูกต้อง น่าจะให้ผ่านพ้นช่วงของฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่จากสถานการณ์น้ำท่วมให้แล้วเสร็จเสียก่อน รัฐบาลเห็นความสำคัญเรื่องการเมืองมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน หลังจากยุบสภาส่งผลให้ภาคเอกชนเคว้ง เนื่องจากก่อนหน้านั้นได้มีการนำเสนอแนวทางในการฟื้นฟูภาคธุรกิจของเมืองหาดใหญ่ จากสถานการณ์มหาอุทกภัย ซึ่งได้มีการนำเสนอแนวทางการฟื้นฟูในหลายประเด็นแต่ยังไม่ได้มีการตอบรับหรือปฏิเสธในโครงการใดๆ เมื่อมีการยุบสภาเหมือนกับถูกปฏิเสธในทุกประเด็นที่มีการนำเสนอ
ที่เห็นชัด ก็คือโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่หายไปแล้วแม้กกต. จะบอกว่าดำเนินการได้ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายโครงการ คิดว่ารัฐบาลจะทำหรือไม่ภายใต้ความเสี่ยงอย่างในประเด็นคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้นภาคธุรกิจในอำเภอหาดใหญ่ได้มีการนำเสนอไปให้รัฐบาลดำเนินการในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมแต่ขอให้ขยายวงเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เงินสะพัด แต่เมื่อเป็นรัฐบาลรักษาการก็เหมือนกับโครงการนี้ถูกยุบไปในตัว
“นอกจากนั้นการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่หรือครมสัญจรที่เดิมกำหนดไว้ 22-23 ธันวาคมก็ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการหาเสียงหลายๆ อย่างก็หายไป ซึ่งหากยังคงมีการประชุมครม. นอกสถานที่ที่อำเภอหาดใหญ่อย่างน้อยที่สุด ที่จะได้ทันทีคือ เรื่องของโรงแรมที่พักอาหารการกินและความคึกคักของเมือง อันนี้หายไปทันที นอกจากนั้นในเรื่องของความตื่นตัวและเรื่องของการเร่งรัดในการฟื้นฟูการจัดเก็บขยะการล้างเมือง ที่หากมีกำหนดการประชุมครมสัญจรก็อาจจะได้รับการดำเนินการที่รวดเร็วเพื่อให้ทันแก่เวลา แต่เมื่อไม่มีการประชุมครม. เกิดขึ้นแล้วก็อาจจะเป็นการดำเนินการตามวาระปกติ
นายสิทธิพงศ์ กล่าวอีกว่า เรื่อง soft loan เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เราต้องการให้รัฐดำเนินการเพื่อที่จะได้เงินทุนมาขับเคลื่อนธุรกิจ ที่บางรายอาจจะอยู่ในช่วงของการตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือไม่ หากได้เงินทุนที่ดอกเบี้ยต่ำก็จะสามารถขับเคลื่อนต่อไป แต่ไม่แน่ใจว่าครม.รักษาการจะมีการพิจารณาอนุมัติได้หรือไม่อย่างไร หาดใหญ่ประสบปัญหา มหาอุทกภัยแต่การฟื้นฟูยังไม่แล้วเสร็จ ก็เกิดเหตุการณ์ยิงกันชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ระหว่างที่ทั้งสองประเด็นยังไม่ได้รับการแก้ไขฟื้นฟู ก็มีการประกาศยุบสภาทีนี้การดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขหรือดำเนินการอะไรก็ไม่เหมือนรัฐบาลตัวจริง
“เรื่องของการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี คงต้องรอดูว่าการจัดเก็บขยะดำเนินการอย่างไร แม้ในถนนสายหลักย่านกลางเมืองปริมาณขยะจะลดน้อยลงไป แต่ในย่านชุมชนชานเมืองก็ยังพบขยะแต่แม้มีการจัดเก็บขยะในตัวเมือง แล้วก็ต้องมาดูในเรื่องของฝุ่นที่ยังคงมีอยู่ว่าจะมีการแก้ไขปัญหาดำเนินการอย่างไร ซึ่งมองว่าปัญหาที่เมืองหาดใหญ่พบนั้น คงต้องใช้วิธีการฉีดยารักษาเพื่อให้ได้ผลโดยเร็วไม่ใช่การกินยาตามปกติซึ่งยังไงก็ต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลตัวจริงเพราะสามารถอนุมัติงบประมาณต่างๆ ได้ภาคเอกชนเรารอไม่ได้ก็ต้องไปต่อเท่าที่มีแต่ถ้ามีรัฐบาลจริงอยู่ก็จะสามารถขับเคลื่อนได้เร็ว”

