หน้าแรก ภูมิภาค พระราชทานเพลิ...

พระราชทานเพลิง จ่ามิน อนันดา อุดร สละชีพสมรภูมิภูมะเขือ มะลิ สุนัขคู่ใจ มาส่งครั้งสุดท้าย

14.12.25 | 20:25 น.

พระราชทานเพลิง จ่ามิน วีรบุรุษชายแดน เพื่อนรักร้องเพลงสานฝันสุดท้าย เจ้ามะลิ ร่วมส่งจ่ามินสู่สวรรค์

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลกะจง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีทอดผ้าไตรพระราชทานและวางดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิง จ่าสิบเอก อนันดา อุดร ทหารกล้าผู้สละชีพจากเหตุการณ์ปะทะสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณสมรภูมิภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการฟีนิกซ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ท่ามกลางบรรยากาศเศร้า

สำหรับ จ่าสิบเอก อนันดา อุดร ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ก่อนถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความโศกเศร้าแก่ครอบครัว เพื่อนทหาร และประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

ในพิธีดังกล่าวมีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน และญาติผู้เสียชีวิตร่วมแสดงความอาลัย

Advertisement

จ่าสิบเอก อนันดา อุดร อายุ 39 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 กองพลทหารราบที่ 6 ค่ายบดินเดชา จังหวัดยโสธร ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ฐานภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และพลีชีพจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 หลังถูกสะเก็ดระเบิดจากการยิงสนับสนุน BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา นับเป็นการเสียชีวิตในสนามรบอย่างสมเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลออกเมรุ พร้อมพระราชทานเพลิงแก่จ่าสิบเอก อนันดา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและกำลังพลทุกนาย

ขณะเดียวกัน กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ ขอพระราชทานยศทหารเป็นเกียรติประวัติสูงสุดให้แก่จ่าสิบเอก อนันดา อุดร ปรับ 9 ขั้นเงินเดือน และ 7 ชั้นยศ จากจ่าสิบเอก เป็นพลตรี พร้อมมอบเงินพระราชทาน เงินสินไหมทดแทนภัยสงคราม ประกันชีวิตกองทัพบก เงินช่วยเหลือ และบำเหน็จตกทอดแก่ทายาท รวมเป็นเงินกว่า 13 ล้านบาท

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอาลัย โดยมี “มะลิ” สุนัขเพศเมีย ที่แม่ของมันหนีภัยสงครามในช่วงแรกของการปะทะและมาคลอดลูกไว้ที่ภูมะเขือ ก่อนที่จ่าสิบเอก อนันดา จะนำมาเลี้ยงดู ได้มาร่วมส่งดวงวิญญาณเจ้าของและผู้ดูแลเป็นครั้งสุดท้าย สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ร่วมพิธี

จ่าสิบเอก กำพล สุภะเสถียร เพื่อนร่วมรุ่นของจ่าสิบเอก อนันดา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุน้องส่งข้อความมาบอกว่า “ผมมีเพลงของตัวเองแล้วนะครับ” พร้อมส่งเพลงที่แต่งไว้แต่ยังไม่มีโอกาสได้ร้อง โดยใช้เทคโนโลยีเอไอช่วยขับร้อง ภายหลังทราบข่าวการเสียชีวิต จึงตั้งใจสานต่อผลงานเพลงดังกล่าว โดยประสานให้น้องฟลุ๊ค ผู้มีความฝันเป็นนักร้อง มาถ่ายทอดบทเพลงนี้เพื่อทำตามความฝันของผู้ล่วงลับ ซึ่งใช้เวลาเรียบเรียงเนื้อหาเพียงวันเดียว

จ่าสิบเอก กำพลกล่าวอีกว่า เนื้อหาเพลงสะท้อนความรักและการใช้ชีวิตร่วมกัน แม้เวลาจะสั้นแต่ตั้งใจจะอยู่เคียงข้างกันไปจนแก่เฒ่า ทว่าท้ายที่สุดความรักต้องสิ้นสุดลง เปรียบเสมือนชีวิตของทหารชายแดนที่มีคนรักและครอบครัวรอคอย แต่ยังต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

จ่าสิบเอก กำพลย้ำว่า ภูมิใจในตัวจ่าสิบเอก อนันดา ซึ่งเป็นคนอ่อนโยนและเป็นที่รักของทุกคน ขอให้น้องไปสู่สุคติ เป็นวีรบุรุษของคนไทยตลอดไป