หน้าแรก ภูมิภาค ตร.ยันให้ความ...

ตร.ยันให้ความเป็นธรรมหลังหญิงประท้วง ตร.ข่มขืนหลานวัย 14 ปี เเจงเหตุไม่ให้คู่กรณีออกจากราชการ ส่วนย้ายออกนอกพื้นที่ก็ไม่จำเป็น

5.05.17 | 11:12 น.

จากกรณีที่นางสาวนิรัชนก มัยโล อายุ 35 ปี ได้ปีนเสาส่งสัญญาณวิทยุสูงภายในสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และทำทีเหมือนจะกระโดดลงมาเพื่อฆ่าตัวตาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้ลงมาได้สำเร็จ โดยนางสาวนิรัชนกได้เขียนจดหมายขอความเป็นธรรมกล่าวหาว่าดาบตำรวจนายหนึ่งสังกัดสถานีตำรวจโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา พรากผู้เยาว์ กระทำอนาจาร และกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานสาวของนางสาวนิรัชนก แต่คดีกลับถูกพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง พร้อมกับกล่าวหาว่าตำรวจช่วยเหลือปกป้องพวกเดียวกันเอง โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงสายของวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น


ล่าสุดวันนี้ (5 พฤษภาคม) พลตำรวจตรีสุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า กรณีนี้จะยังไม่ให้ตำรวจผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการ เนื่องจากเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ความผิดที่ชัดเจนเหมือนการค้ายาบ้าหรือคดีฆาตกรรม จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ส่วนการย้ายออกนอกพื้นที่ก็ไม่จำเป็น เพราะตำรวจผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในพื้นที่ สภ.โพธิ์กลาง แต่คดีเกิดในพื้นที่ สภ.เมือง จึงเป็นคนละพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งผู้เสียหายอาจจะมีความกังวลเพราะคดีเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ตนขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เพียงแต่ว่าขณะนี้คดีกำลังดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอยู่ และไม่ปรากฏการข่มขู่แต่อย่างใด โดยคดีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางปี 2559 และได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2559 ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ซึ่งพนักงานสอบสวนขณะนั้นได้ทำสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งฟ้องดาบตำรวจผู้ที่ถูกกล่าวหาเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในข้อหาพรากผู้เยาว์ กระทำอนาจาร และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 14 ปี โดยดาบตำรวจคนดังกล่าวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เมื่อสำนวนคดีไปถึงชั้นอัยการ อัยการกลับมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง และได้ส่งสำนวนคดีกลับมาที่ตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อให้พิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ ขณะนี้สำนวนคดีดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของตำรวจภูธรภาค 3 และคาดว่าจะสรุปความเห็นคดีดังกล่าวได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากมีความเห็นแย้งกับอัยการก็ต้องส่งสำนวนคดีไปให้อัยการสูงสุดพิจารณา แต่ถ้าหากเห็นด้วยกับอัยการก็เป็นอันว่าคดียุติ

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งนางสาวนิรัชนก มัยโล หญิงที่ปีนเสาวิทยุไปพักรักษาตัวอยู่ แต่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าอยู่หน้าห้องหลายนาย และไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพแต่อย่างใด โดยให้เหตุผลว่าเพื่อรักษาความปลอดภัย และให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนเต็มที่ จึงไม่อยากให้บุคคลภายนอกเข้าไปรบกวน

Advertisement