หน้าแรก ภูมิภาค ปูนบำเหน็จ 7 ...

ปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ ส.อ.อภิสิทธิ์ เป็นร้อยตรี หลังพลีชีพภูมะเขือ ครอบครัวสุดอาลัย ร่ำไห้รับร่าง

16.12.25 | 20:00 น.

ปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ ส.อ.อภิสิทธิ์ เป็นร้อยตรี หลังพลีชีพภูมะเขือ ครอบครัวสุดอาลัย ร่ำไห้รับร่าง

วันที่ 16 ธันวาคม เวลา 15.00 น. วัดป่าพุทธภาวัน บ้านสมสะอาด หมู่ 7 ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ทหารจากกรมทหารราบที่ 16 เคลื่อนย้ายศพ ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค หรือ “หมู่ตี๋” กองกำลังรบกองทัพภาคที่ 2 ตำแหน่งนายสิบพยาบาลประจำ พัน.ร.11 ในพื้นที่สนามรบ สังกัดกรมทหารราบที่ 16 พัน.3 (ร.16 พัน.3) ที่เสียชีวิตกลางสมรภูมิภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากการโจมตีด้วยจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในบังเกอร์พื้นที่ภูมะเขือ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14 ธันวาคม 2568 มาบำเพ็ญกุศล และเตรียมประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า

อ่านข่าวเศร้ารอรับศพ หมู่ตี๋ นายสิบพยาบาล พลีชีพภูมะเขือ ภรรยาภูมิใจ สามีช่วยเพื่อนทหารจนวินาทีสุดท้าย

นางรวีวรรณ อายุ 44 ภรรยาหมู่ตี๋ ลูกสาววัย 8 ขวบ ลูกชายวัย 6 ขวบ และแม่ของ ส.อ.อภิสิทธิ์ ซึ่งร้องไห้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน แต่ทุกคนก็มีความภาคภูมิใจที่หมู่ตี๋เสียสละชีวิตเพื่อชาติโดยมีผู้บังคับบัญชา ญาติ ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนร่วมพิธี

Advertisement

ทั้งนี้พล.ต.ณัฐ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้วางพวงหรีดนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมาไทย พวงหรีดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พวงหรีดกองทัพ พวงหรีดผู้บัญชาการทหารบกและพวงหรีดแม่ทัพภาคที่ 2

จากนั้นเวลา 16.30 น.นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานและเงินพระราชทานมอบให้กับครอบครัวส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และเวลา 17.00 น. พล.ท.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก ได้เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค

จากนั้นนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้เป็นประธานพิธีอัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหีบศพ และเป็นประธานพิธีสวดพระอภิธรรม โดยมี นางวิชชุฎา เข็มเพชร นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นายสันติ จัตุพันธ์ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมพิธีและร่วมฟังสวดอภิธรรม

นายสุวรรธณ์ กล่าวว่า ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือครอบครัวส.อ.อภิสิทธิ์อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้กำลังใจ รวมถึงการให้คำแนะถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับศพส.อ.อภิสิทธิ์ ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในการพระราชทานน้ำหลวง และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ในส่วนการให้ความช่วยเหลือ ส.อ.อภิสิทธิ์ จะได้รับการปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ เป็นร้อยตรี และ 9 ชั้น เงินเดือน บรรจุทายาททดแทน 1 คน เหรียญพิเศษ บำนาญพิเศษ เงินช่วยเหลือจากสำนักนายกรัฐมนตรี (กองทุนและงบกลาง) เงินบำรุงขวัญ (กองทัพบก/กองทัพภาคที่ 1)เงินพระราชทาน เงินประกันชีวิต (กองทัพบก/กองทัพภาคที่ 1/หน่วยที่สังกัด) เงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ เงินช่วยเหลือจากมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เงินช่วยเหลือจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ เงินช่วยเหลือ 3 เท่า ของเงินเดือน เงินบริจาคต่างๆ เงินสวัสดิการกองกำลัง และอื่นๆ

ขณะที่ครอบครัวส.อ.อภิสิทธิ์ ทั้งนางรวีวรรณ ภรรยา ลูกๆ รวมถึง พ่อ แม่ พี่ น้อง และญาติถึงแม้จะเสียใจในการจากไปของหมู่ตี๋อย่างไม่มีวันกลับ แต่ทุกคนก็ภาคภูมิใจที่หมู่ตี๋ได้สละชีพเพื่อชาติ ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญชาญชัยจนนาทีสุดท้ายตามที่ได้ปฏิญาณตนไว้ของชายชาติทหาร และที่สำคัญสุดวันนี้ครอบครัวทุกคนต่างสำนักในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาสุดมิได้ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ที่พระราชทานความช่วยเหลือทุกอย่าง ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของครอบครัว รวมทั้งการช่วยเหลือจากจังหวัด หน่วยงานทหาร อำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนด้วย

สำหรับ ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด แต่งงานกับ นางรวีวรรณ บุนนาค ราษฎรหมู่ 7 อาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ ด.ญ.ปัณธร อายุ 8 ปี และ ด.ช.ปัณวิชน์ อายุ 6 ปี

อย่างไรก็ตามสำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ส.อ.อภิสิทธิ์ จะมีไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 20 ธันวาคม