หน้าแรก ภูมิภาค ชาวคลองวาฬโวย...

ชาวคลองวาฬโวย เขื่อนกันคลื่น 126 ล้าน เปลี่ยนแบบก่อสร้าง-รับดีลนายทุน ทำทางเดินขาดตอน สัญจรลำบาก

17.12.25 | 10:58 น.

ชาวบ้านคลองวาฬ ประท้วงเขื่อนกันคลื่น 126 ล้าน ทางเดินขาดตอน 3 จุด ชี้เอื้อนายทุน กระทบชุมชน–ท่องเที่ยว

วันที่ 17 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 16 ธันวาคม ชาวบ้าน ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นางอนงค์ วินิจ แกนนำชุมชน รวมตัวถือป้ายประท้วง และเดินรณรงค์บนทางเท้าบริเวณสันเขื่อนกันคลื่นริมทะเลคลองวาฬ เรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ปรับรูปแบบการก่อสร้างโครงการเขื่อนกันคลื่นระยะทาง 1,800 เมตร งบประมาณ 126 ล้านบาท หลังพบว่าทางเดินบนสันเขื่อนขาดตอน 3 จุด ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ของประชาชน และภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

โครงการดังกล่าว เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2564 ใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 4 ปี จากกำหนดเดิม 700 วัน แต่ถูกขยายระยะเวลากว่า 1,400 วัน จนถึงปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ โดยช่วงที่ขาดตอนของทางเดินอยู่บริเวณหน้าสถานประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินเชื่อมต่อได้อย่างสะดวก บางจุดต้องลอดสะพานเอกชน หรือใช้ทางเดินหน้าโรงแรมที่มีความกว้างเพียงประมาณครึ่งเมตร สร้างความไม่ปลอดภัย และความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้พื้นที่

นางอนงค์ วินิจ กล่าวว่า ชาวบ้านต้องการใช้พื้นที่ริมทะเลเพื่อการออกกำลังกาย และทำกิจกรรมสาธารณะ แต่รูปแบบการก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปจากการทำประชาพิจารณ์ ทำให้เส้นทางไม่ต่อเนื่อง ทั้งที่แบบนำเสนอเดิมเป็นทางเดินยาวเชื่อมตลอดแนว ไม่มีการเว้นช่วงหรือขาดตอน โดยชาวบ้านไม่เคยได้รับการชี้แจงถึงการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างดังกล่าว

ด้าน นายจักรทิพย์ กล่ำเสือ ระบุว่า ปัญหาหลักคือการไม่เชื่อมต่อของเส้นทาง 3 จุด แม้โครงการจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน แต่ควรสามารถเชื่อมต่อกันได้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการก่อสร้างมีเงื่อนไขจากสถานประกอบการบางแห่ง ทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ ส่งผลให้การใช้งบประมาณจำนวนมากไม่คุ้มค่า และประชาชนไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่

ขณะที่ผู้บริหารสถานประกอบการรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนได้ยินยอมให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองปรับแก้รูปแบบการเชื่อมต่อทางเดินสันเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อป้องกันตลิ่งริมทะเล และเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ต้นปี 2567 แล้ว

Advertisement

ชาวบ้านคลองวาฬจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา ปรับรูปแบบการก่อสร้างให้ทางเดินสันเขื่อนเชื่อมต่อกันตลอดแนว เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง