ผู้หนีภัยสู้รบเครียดเจอหนี้นอกระบบโทรจิกคาศูนย์พักพิง ค้างหลายงวด รับสภาพขาดรายได้ เผยแบงก์ออมสินคุยรู้เรื่อง
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม กรณีความไม่สงบจากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา เริ่มจากทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่ ค.ตกเข้ามาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และทหารไทยเข้าตอบโต้ ปะทะกันอย่างหนักต่อเนื่อง ขณะที่ชาวบ้านต้องอพยพเข้ามาที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในสนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภาพรวมการดูแลเป็นไปอย่างเรียบร้อย ชาวบ้านได้ที่พักผ่อนและที่หลับนอน รวมทั้งอาหารการกิน ทางศูนย์ยังจัดบริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ ตัดผมฟรี
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านที่ต้องทิ้งบ้านมานานร่วม 10 วัน ส่วนใหญ่บอกว่า คิดถึงบ้าน อยากกลับไปอยู่บ้าน ห่วงสัตว์เลี้ยง ไม่มีรายได้เข้ามาจุนเจือในช่วงหนีภัยสู้รบ ทำให้กังวลหนี้สินโดยเฉพาะการกู้หนี้ยืมสินทั้งในและนอกระบบ เริ่มมีเจ้าหน้าที่ธนาคารกับนายทุนปล่อยกู้นอกระบบโทรเข้ามาแจ้งเตือนแล้วถึงเวลาต้องชำระแล้ว หลังเอาไปผ่อนซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมทั้งเอามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

นางสาวศิริพร อายุ 28 ปี อาชีพรับจ้างชาว ต.สำโรงใหม่ อ.ละหานทราย เปิดเผยว่า ได้พาครอบครัวทั้งลูกเล็กและแม่วัย 83 ปี มาอาศัยอยู่ศูนย์พักพิงจนถึงวันนี้กว่า 10 วันแล้ว สิ่งที่กังวลที่สุดคือเรื่องหนี้สิน เนื่องจากไม่ได้ทำงาน ไม่มีรายได้ประจำ เงินสวัสดิการบุตรเดือนละ 600 บาท และเบี้ยผู้สูงอายุ 800 บาท ถูกใช้จ่ายจนหมดไปแล้ว
“เริ่มมีเจ้าหนี้ไฟแนนซ์รถโทรมาทวงหนี้ ตอนนี้ค้างชำระ 2 งวด กำลังจะเข้าสู่งวดที่ 3 ถูกขู่ว่าจะยึดรถ ทำให้เครียดมาก ถ้าจะมายึดก็คงต้องปล่อย สถานการณ์ยังไม่จบ อยากให้เหตุการณ์สงบเร็ว ๆ จะได้กลับไปทำงาน หาเงินมาจ่ายหนี้” นางสาวศิริพร กล่าว
ด้าน นางบุญชื่น อายุ 61 ปี ชาวต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด อพยพมาตั้งแต่วันแรก เล่าว่า ระหว่างพักอยู่ที่ศูนย์อพยพ ทางธนาคารออมสินโทรมาทวงหนี้ ก็ตอบไปว่าอยู่ที่ศูนย์อพยพ ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารก็เข้าใจสถานการณ์ดีเลยกล่าวขอโทษที่ไม่ทราบว่าลูกหนี้หนีภัยสู้รบอยู่ ผิดกับพวกหนี้นอกระบบและไฟแนนซ์ เพื่อนๆ เล่าให้ฟังว่า ไม่สนใจว่าจะอยู่ไหน ไม่จ่ายหนี้ก็ถูกขู่จะยึดรถอย่างเดียว มานอนพักกว่า 10 วัน เริ่มปรับตัวและยอมรับสถานการณ์ได้ แม้จะจากบ้านมาอยู่ศูนย์พักพิงโดยไม่ตั้งใจ ก็อยากให้เหตุการณ์ยุติโดยเร็ว จะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เป็นห่วงสัตว์เลี้ยงและการทำมาหากิน
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความกังวล หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป นางบุญชื่นยอมรับว่า กระทบอย่างหนักต่อการดำรงชีวิต คนรับจ้างอย่างเรา มีหนี้ต้องจ่าย ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อยากให้จบแบบจบจริง ๆ ไม่ใช่อีกสองสามเดือนกลับมาปะทะใหม่ ยังกังวลว่าจะกลับไปทำงานกรีดยาง รับจ้าง ปลูกมัน ได้เหมือนเดิมหรือไม่

