หน้าแรก ภูมิภาค ทหาร KNU บุกท...

ทหาร KNU บุกทลายฐานสแกมเมอร์ พบ ‘เสือโคร่ง’ ถูกกักขัง ประสานส่งกลับไทย

18.12.25 | 16:07 น.

ทหาร KNU เข้าตะลุยฐานสแกมเมอร์ฝั่งเมียนมา พบเสือโคร่งถูกกักขัง ประสานส่งกลับไทย แจ้งความเอาผิดผู้ลักลอบขนสัตว์ป่าคุ้มครอง

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายราชันย์ บัวตรี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.) ที่ 3 (บ้านโป่ง) เกี่ยวกับการรับมอบเสือโคร่งเพศเมียที่ถูกตรวจพบภายในฐานปฏิบัติการของกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ในพื้นที่ชายแดนประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา

นายอรรถพลกล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของเสือโคร่ง กำชับให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ดูแลอย่างเต็มที่ สั่งการให้ยกระดับความเข้มงวดตามแนวชายแดนเพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่อาจแฝงมากับธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่รอยต่อระหว่างประเทศ จึงสั่งการต่อให้สัตวแพทย์เก็บตัวอย่างเลือดตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม (DNA) อย่างละเอียด เพื่อระบุสายพันธุ์และที่มาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติรายใหญ่หรือไม่

ด้านนายราชันย์ บัวตรี ผอ.สบอ.3 กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.35 น. ของวันนี้ (18 ธ.ค.) ทหารเคเอ็นยู (KNU) ได้นำลูกเสือโคร่งที่ตรวจยึดได้ระหว่างภารกิจปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ในฝั่งประเทศเมียนมา มาส่งมอบ ณ จุดตรวจ ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ (หกพันไร่) อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และส่งมอบให้มูลนิธิแห่งหนึ่ง จึงได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบหลักฐานการครอบครอง นำเข้า หรือส่งออกที่ถูกต้องตามกฎหมาย

Advertisement

นายราชันย์กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ภาพถ่าย พยานบุคคล และพฤติการณ์ในที่เกิดเหตุ เพื่อจัดทำบันทึกกล่าวโทษและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ลักลอบนำเข้าจากฝั่งพม่า หรือบุคคลในมูลนิธิที่ทำหน้าที่ประสานงาน

หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าสังขละบุรีได้ดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เรียบร้อยแล้ว ความผิดที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 (ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต) และมาตรา 23 (นำเข้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต) พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 มาตรา 31 (นำเข้าสัตว์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต) และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242 (นำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร)

“เนื่องจากเป็นคดีละเอียดอ่อนและมีองค์กรการกุศลเข้ามาเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ออกหมายเรียกผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป”

นายราชันย์กล่าวอีกว่า สำหรับเสือโคร่ง ได้ส่งมอบศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 และตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่าเป็นลูกเสือโคร่งเพศเมีย อายุประมาณ 4 เดือน น้ำหนัก 29 กิโลกรัม ตรวจภายนอกเสือโคร่งมีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง สนใจสิ่งแวดล้อม มีความอยากอาหารตามปกติ จึงได้เก็บตัวอย่างขนบริเวณลำตัวส่งตรวจหาชนิดย่อยของเสือโคร่ง ไปยังศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานฯ ใช้ระยะเวลาตรวจ 30-45 วัน จากนี้ประมาณ 3-5 วัน เมื่อเสือโคร่งมีความเครียดลดลง สัตวแพทย์จะเข้าเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อส่งตรวจโรคทางห้องปฏิบัติการต่อไป