ชาวหาดใหญ่ โอด หลังน้ำลด ถนนพัง-ขยะตกค้างเพียบ วอนรัฐบาลเร่งจ่ายเยียวยา ชี้เตรียมเอกสารไว้แล้ว แต่ไยังไม่เห็นจนท.มารับเลย
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เริ่มคลี่คลายในบางจุดหลังมีการประกาศยก “ธงเขียว” แต่ร่องรอยความเสียหายยังคงหนักหน่วง โดยเฉพาะเส้นทางสายรองและชุมชนริมคลองที่รับน้ำจากหลายทิศทาง ความเสียหายกินวงกว้าง จากการสำรวจบริเวณ ถนนบางแฟบ-ลพบุรีราเมศวร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อตำบลท่าช้างและตำบลควนลัง

พบว่าชุมชนหลายแห่ง อาทิ ชุมชนโคกเมา, ชุมชนคลองวาด, ชุมชนบางแฟบ และชุมชนสามสกุล ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำโดยตรงจากคลอง ร.1, คลองต่ำ, คลองชลประทาน รวมถึงมวลน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกโตนงาช้าง อำเภอสะเดา และคลองอู่ตะเภา บ้านเรือนนับพันหลังที่ตั้งอยู่ระหว่างคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา จมน้ำลึก ทรัพย์สินเสียหายยับเยิน ยังมีปัญหา “ขยะตกค้าง” จำนวนมหาศาลตลอดเส้นทาง ล่าสุดหลายหน่วยงานระดมกำลังเข้าจัดเก็บจนเหลือพื้นที่ค้างอยู่อีกประมาณ 30%

ทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถนนเรียบริมคลอง ร.1 ได้รับความเสียหายหลายจุด จากแรงพัดของกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ส่งผลให้ผิวจราจรยางมะตอยหลุดร่อน และเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่จนรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ในบางช่วง
ชาวบ้านชุมชนสามสกุล เล่าด้วยความอัดอั้นว่าน้ำมาเร็วและแรงมากจนตั้งตัวไม่ทัน รถยนต์และมอเตอร์ไซค์จมน้ำเสียหายทั้งหมด 4 คัน “อยากให้รัฐเร่งรัดเรื่องเงินเยียวยา 49,500 บาท เตรียมเอกสารไว้แล้ว แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาสำรวจ อยากให้ทำงานเร็วกว่านี้เพราะเดือดร้อนจริงๆ”

แม่ค้าในพื้นที่เปิดเผยว่าความกังวลเริ่มเปลี่ยนเป็นความปลง เพราะเสียไปหมดแล้วจนไม่มีอะไรจะเสียอีก “ได้เสื้อผ้าออกมาแค่ 2 ชุด เอกสารสำคัญจมหมด ตอนนี้ย้ายไปอาศัยบ้านพี่สาวและต้องหาบ้านเช่าใหม่ วันนี้เห็นธงเขียวก็โล่งใจ เพราะจะพยายามกลับมาขายของใหม่หลังหยุดไปหลายวัน”
พนักงานปั๊มน้ำมัน ชาวบ้านคลองวาด ระบุว่า ช่วงที่ประกาศธงเหลืองรู้สึกไม่สบายใจมาก เพราะบ้านที่คลองวาดน้ำท่วมสูงเกือบถึงหลังคา ที่นอนและของใช้เสียหายหมด ต้องหนีไปอาศัยบ้านญาติ เมื่อเห็นธงเขียวและฝนหยุดตกจึงรู้สึกเบาใจขึ้น

รายงานว่าชาวบ้านส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านเรือนและยื่นเอกสารขอรับเงินชดเชย อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ยื่นเรื่องล่าช้าเนื่องจากช่วงเกิดเหตุต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ทำให้การกลับมาสำรวจความเสียหายทำได้หลังน้ำลดเท่านั้น จึงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยอำนวยความสะดวกและเร่งกระบวนการตรวจสอบเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที


