ปะทะไม่หยุด เขมรเปิดแนวรบ ตาเมือนธม-ช่องกร่าง-เนิน350 เสียงปืนดังตั้งแต่เช้ายันเที่ยง
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนด้านอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. ทหารไทยเปิดฉากยิงปืนใหญ่สกัดการเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชา ที่ชายแดนบริเวณปราสาทตาควาย-เนิน 350 ช่องกร่างและปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก โดยมีเสียงปืนใหญ่ดังเป็นระยะๆ จนถึงขณะนี้ หลังทหารไทยตรวจพบความเคลื่อนไหวและความพยายามเสริมกำลังและอาวุธหนักเข้ามาประชิดชายแดนของทหารกัมพูชา เพื่อสกัดกั้นและป้องกันทหารกัมพูชารุกคืบเข้ามาในพื้นที่ชายแดน ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์เดิมที่ทหารกัมพูชาถูกไทยยึดคืน และยิงผลักดันกัมพูชาออกจากแนวชายแดนของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าทหารกัมพูชามีการยิงจรวด BM-21 เข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย จำนวน 2 ชุด รอบแรกช่วงเวลาประมาณ 08.00 น.และรอบที่ 2 เวลา 10.30 น. โดยฝั่งไทยก็ได้ยิงปืนใหญ่โต้ตอบกลับไปจำนวนหลายชุดติดต่อกัน ก่อนลดระดับยิงประปรายและเพิ่มความถี่สลับกันไป ขณะที่พื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังไม่พบการปะทะกันในช่วงเช้าวันนี้ ส่วนสถานการณ์หน้าแนวรบก็ได้มีการปะทะกันอย่างหนัก มีเสียงทั้งปืนเล็ก ปืนใหญ่ดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ขณะที่ นายอาทิตย์ มะลัยทอง ชาวบ้านตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก ก็ได้พาภรรยาและลูกสาว 2 คน ขับมอเตอร์ไซค์แบบสามล้อเดินทางจากศูนย์อพยพ เพื่อมาดูบ้าน สัตว์เลี้ยงและรดน้ำผักสวนครัวที่ปลูกไว้ บอกว่า ตนพาครอบครัวกลับมาเฉพาะช่วงที่เสียงปืนห่างๆ นานๆ มาครั้ง เพื่อมาดูบ้านและสัตว์เลี้ยง เสร็จแล้วก็กลับออกไปยังศูนย์พักพิงคืน ตามจริงชาวบ้านที่ศูนย์อพยพเขาก็อยากกลับบ้านกันทุกคน เพราะอยู่ที่นั่นนานมากแล้ว เงินทองก็ไม่ค่อยจะมี ค่าผ่อนรถผ่อนของเขาก็ไม่ได้คิดแบบนั้น เจ้าหนี้ก็ยังโทรตามปกติ เรามีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับเข้ามาเลย ส่วนสถานการณ์ชายแดนตามที่ได้คุยกับผู้อพยพด้วยกันต่างก็อยากให้มันจบเร็วๆ และขอให้จบจริงๆ แบบถ้าเราอพยพกลับมาไม่ต้องมีการกลับไปอีก
ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในการอพยพ เราอพยพแต่ละครั้งใช่ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ศูนย์มีข้าวให้กินก็จริง แต่บางสิ่งบางอย่างเราต้องซื้อเอง ยิ่งเรามีลูกเล็ก มีคนแก่ด้วย มันต้องใช้เงินเพิ่ม ชายแดนในวันนี้เสียงปืนก็ยังดังอยู่ มีการยิงปะทะกันเรื่อยๆ เห็นเขาว่าที่หน้าแนวก็กำลังรบกันหนักอยู่ตอนนี้ ความจริงตนไม่อยากจะเข้ามาเท่าไหร่เพราะเจ้าหน้าที่เขาทำงานลำบาก ซึ่งการเข้ามาทุกครั้งตนจะประสานกับผู้นำชุมชนก่อนว่าสามารถเข้ามาได้หรือไม่ เวลาใด เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว

