พบชาวบ้านบริเวณชายแดน อาศัยท่อลอดถนนหลบกระสุนเขมร อพยพไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ดูแลบ้าน-สัตว์เลี้ยงตนเอง และบ้านข้างเคียง อยากให้พื้นที่สงบโดยเร็ว จะได้ทำมาหากินกันได้ปกติ ไม่เชื่อฮุน เซน ไม่มีทางหยุดยิง ขณะที่หน้าแนวยังปะทะต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ชายแดนด้าน ต.ตาเมียง และ ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ บริเวณพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ช่องกร่าง ปราสาทตาควาย เนิน 350 เวลา 05.30 น. มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่หน้าแนวใกล้ปราสาทตาเมือนธม และช่องกร่าง โดยได้ยินเสียงปืนใหญ่ฝั่งไทยยิงเสริมกดดันแนวรบหน้าแนวเป็นบางช่วง ไม่รุนแรงเหมือนเมื่อวาน
ล่าสุด พบกับชาวบ้าน 2 รายในพื้นที่ ต.บักได อ.พนมดงรัก ที่ไม่ได้อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากต้องอยู่เฝ้าดูแลสัตว์เลี้ยง ทั้งวัว และหมูจำนวนหลายตัวด้วยกัน โดยอาศัยท่อลอดถนนของหมู่บ้านเป็นที่หลบภัยยามมีการปะทะกันหนัก พอเสียงปืนเบาบางลง และคิดว่าปลอดภัยแล้ว จึงออกมาจากที่หลบภัย และมาดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเอง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีลูกวัวคลอดใหม่ได้หนึ่งวัน ที่ไม่สามารถดูดนมแม่วัวได้ ลูกวัวจึงมีสภาพอิดโรย รวมถึงหมูป่าจำนวน 10 ตัวที่อยู่ในคอก มีลูกหมูตัวเล็กจำนวน 6 ตัว ที่ต้องดูใกล้ชิด พร้อมสาธิตการมุดท่อเข้าไปหลบภัยตอนที่มีการปะทะ
นายพิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี คนเลี้ยงวัว และนายเสียด (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี คนเลี้ยงหมู กล่าวว่า ครอบครัวพวกตนอพยพเข้าไปอยู่ศูนย์พักพิงกันหมดแล้ว เหลือเพียงตนสองคนที่ไม่ได้อพยพ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องอยู่ดูแลสัตว์เลี้ยงของตนเอง และหมา แมว ของเพื่อนบ้าน เวลามีการปะทะกัน พวกตนก็จะเข้าไปหลบในท่อลอดถนนเพื่อความปลอดภัย เวลาเกิดอะไรขึ้นมาทางการจะได้ไม่ตำหนิว่า เวลาให้อพยพทำไมไม่ไป เพราะพวกตนเป็นห่วงบ้าน กลัวคนเข้ามางัดแงะขโมยทรัพย์สิน จึงต้องอยู่ดูแลบ้าน และดูแลสัตว์เลี้ยง
ด้านนายพิชัย และนายเสียด กล่าวว่า อยากให้ชายแดนสงบโดยเร็ว แต่ทางฮุน เซน คงไม่ยอม ตอนนี้ถ้าไม่มียางกรีดพวกตนคงอยู่ไม่ได้ รายได้ก็ไม่มี อยู่กันลำบากมากในแต่ละวัน ก็อยากให้ปัญหาชายแดนจบไวๆ เพราะรอบนี้รบกันนาน ลำบากชาวบ้าน แต่ตอนนี้ก็ผ่อนคลายลงมาบ้าง เมื่อทราบว่าตอนนี้ยึดปราสาทตาควาย และเนิน 350 ได้แล้วก็สบายใจขึ้น แต่ก็เสียใจที่ไทยต้องเสียทหารกล้าไปสองนาย จึงอยากขอเป็นกำลังใจให้ทหารทุกนายที่ปกป้องพื้นแผ่นดินไทย ส่วนตนก็ทำได้แค่เพียงท่องมนต์สวดคาถา ขอให้ช่วยปกป้องคุ้มครองทหารทุกนายให้ปลอดภัยได้เท่านั้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลาช่วงเช้าจนถึง 14.20 น. พบมีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นบ้างนานๆครั้ง โดยที่บริเวณหน้าแนวยังมีปะทะกันประปรายต่อเนื่องอยู่ตลอด ขณะที่ทางการได้มีการแจ้งขอความร่วมมือไปถึงผู้อพยพทุกคน อย่าเพิ่งกลับเข้ามาอยู่ในพื้นที่เสี่ยงในช่วงนี้ เพราะสถานการณ์เวลายังคงไม่น่าไว้วางใจ ขอให้ฟังคำสั่งของทางราชการ และฝ่ายความมั่นคง ที่จะเป็นผู้แจ้งว่าเหมาะสมที่จะกลับเข้าพื้นที่ได้ตอนไหน อย่างเป็นทางการเสียก่อน




