หน้าแรก ภูมิภาค นายกฯ ร่วมพิธ...

นายกฯ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารภานุพัฒน์ สละชีพสมรภูมิ เนิน 350 ครอบครัวสุดอาลัย

24.12.25 | 20:45 น.

นายกฯ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารภานุพัฒน์ สละชีพสมรภูมิ เนิน 350 ครอบครัวสุดอาลัย


เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ ที่วัดกลาง ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ คณะญาติได้ประกอบพิธีขอขมา จากนั้นพระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล ก่อนที่ทหารกองเกียรติยศจะอัญเชิญร่างผู้วายชนม์เคลื่อนขึ้นวนรอบเมรุ 3 รอบ และเชิญตั้งไว้บนเมรุ เพื่อรอประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ

โดยนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ขึ้นวางผ้าไตรพระราชทานเปิดงาน ต่อจากนั้นแขกผู้มีเกียรติทยอยขึ้นวางผ้าไตร ณ เมรุวัดกลาง ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ท่ามกลางบรรยากาศอันโศกเศร้า

Advertisement

ต่อมาเมื่อเวลา 17.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีถอดผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 5 ไตร วางดอกไม้จันทน์พระราชทาน และประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือ “พลทหารวุ้น” ทหารกล้าผู้สละชีพจากเหตุการณ์ปะทะสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณสมรภูมิเนิน 350 จังหวัดสุรินทร์ ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ผู้บังคับบัญชา เพื่อนทหาร และประชาชนจำนวนมาก

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอสดุดีทหารที่ต้องสละชีพในการศึกครั้งนี้ วีรกรรมของทุกท่าน จะอยู่ในใจคนไทยตลอดไป ส่วนการดูแลครอบครัวไม่ต้องเป็นห่วง ทางรัฐบาลและกองทัพจะดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ได้สละชีพระหว่างปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยของชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จากเหตุปะทะในพื้นที่ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ทั้งนี้ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ได้สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยของชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จากเหตุปะทะในพื้นที่สมรภูมิเนิน 350 อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

จากความกล้าหาญและการอุทิศตนในครั้งนี้ กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ โดยขอพระราชทานเลื่อนยศให้พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา เป็นร้อยตรี พร้อมปรับเพิ่มเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงมอบเงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม เงินประกันชีวิตกองทัพบก เงินช่วยเหลือ และบำเหน็จตกทอดให้แก่ทายาท รวมเป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท เพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวของผู้กล้า