หน้าแรก ภูมิภาค ช.การช่างร่วม...

ช.การช่างร่วมบริจาคสภากาชาดไทย สร้างบ้านใหม่ให้ผู้เดือดร้อนจากสู้รบชายแดนสุรินทร์

25.12.25 | 19:37 น.

ช.การช่างร่วมบริจาคสภากาชาดไทยสร้างบ้านใหม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากสู้รบชายแดนสุรินทร์

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม เวลา 11.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด พร้อมด้วย พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์และคณะเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยพร้อมด้วย คณะผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross : ICRC)ได้ลงพื้นที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบบ้านให้แก่ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายจากผลกระทบจากความรุนแรงไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 -28 กรกฎาคม 2568 ที่ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงเข้ามาในเขตอำเภอ ปราสาท จังหวัดสุรินทร์ทำให้บ้านเรือนของประชาชนไทยได้รับความเสียหายจากระเบิด BM-21

สภากาชาดไทยจึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน และสร้างบ้านใหม่ให้แก่ประชาชนดังกล่าวโดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริจาคเงินจำนวน 4 ล้านบาทให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อมอบหมายให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์นำไปสร้างและซ่อมบ้านเรือนของประชาชนดังกล่าวโดยเหล่ากาชาดจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินซ่อมแซมและก่อสร้างแล้วเสร็จ

Advertisement

แต่เนื่องจากในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ได้เกิดเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้นอีก จึงทำให้ประชาชนเจ้าของบ้านใหม่ยังไม่สามารถเดินทางเข้าพักอาศัยได้ เนื่องจากทางราชการเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย มีเพียงที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ที่ทางราชการอนุญาตให้ประชาชนเจ้าของบ้านใหม่เดินทางกลับไปพักบ้านใหม่ได้

ดังนั้นสภากาชาดไทยโดยผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด พร้อมด้วยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ และสำนักการต่างประเทศ ได้เป็นตัวแทนของคณะผู้บริหารสภากาชาดไทย ได้เดินทางมาส่งมอบบ้านสภากาชาดไทยดังกล่าวให้กับประชาชน จังหวัดสุรินทร์ เป็นบ้านของ นายคูณ พรมนัส เลขที่ 177 หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ บ้านเสียหายทั้งหลัง

เนื่องจากระเบิดตกลงกลางบ้านและรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันเสียหาย ขณะเกิดเหตุ ไม่มีใครพักอาศัยอยู่ในบ้าน จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ปัจจุบันการก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ ใช้งบประมาณการก่อสร้างจำนวน 873,721.14 บาท จากเงินบริจาคดังกล่าว พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 คน

ทั้งนี้เหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ได้สนับสนุนจัดหารถจักรยานยนต์คันใหม่ให้ 1 คัน สำหรับใช้ในการเดินทางไปประกอบอาชีพ รวมทั้งได้มอบสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ อาทิ เครื่องนอน ข้าวสาร เครื่องอุปโภค บริโภค ด้วย

นอกจากนี้ในช่วงเช้าคณะเจ้าหน้าที่สภากาชาดได้ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน
ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งชายแดน ไทย-กัมพูชา ณ ศูนย์พักพิงวิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และศูนย์พักพิงวัดป่าซำตารมย์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จากการเยี่ยมประชาชนภายในศูนย์พักพิงฯ พบว่ามีทั้งประชาชนทั่วไป ประชาชนที่ป่วยมีโรคประจำตัว และประชาชนที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง สภากาชาดไทยจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสถานีกาชาดที่ 1 สนับสนุนเจ้าหน้าที่พยาบาลในการดูแลช่วยเหลือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเหล่ากาชาดจังหวัด และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ โดยการนำของใช้จำเป็น เช่น เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม มอบให้กับนายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อมอบให้แก่ผู้ประสบภัย รวมถึงได้รับการสนับสนุนแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลในอำเภอกันทรลักษ์ ในการลงรักษาพยาบาลให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่

จากการรายงานของรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และแพทย์ประจำศูนย์รายงานว่า ในระยะแรกไม่มีปัญหา แต่ขณะนี้เหตุการณ์ผ่านไปแล้วกว่า 15 วัน ผู้ป่วยหลายรายมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง การดูแลผู้ป่วยในสถานที่พักพิงแบบนี้บางครั้งก็ไม่สามารถทำได้สะดวกนัก ประการที่สองในเรื่องความต้องการของประชาชนที่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือผู้ป่วย มีความประสงค์ที่จะกลับบ้าน แต่ทางหน่วยงานราชการยังไม่สามารถอนุญาตให้กลับได้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ซึ่งในคืนวันที่ 23-24 ธ.ค. ที่ผ่านมา จากสถานที่พักพิงที่อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งห่างจากพื้นที่ชายแดนประมาณ 32 กิโลเมตร ชาวบ้านยังได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืน เสียงระเบิดอยู่

อย่างไรก็ตามในการเข้ามาเยี่ยมศูนย์พักพิงในครั้งนี้ คณะผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross : ICRC) ได้ลงมาสังเกตการณ์และแสดงความเห็นอกเห็นใจประชาชนที่เป็นผู้ป่วยซึ่งเป็นพลเรือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งแต่ได้รับผลกระทบดังกล่าวไปด้วย ซึ่งจะนำข้อมูลที่รับทราบไปพิจารณาถึงความช่วยเหลือมาให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ด้วย.