เทศบาลนครเกาะสมุย ลุยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุก พรุเฉวง เดินหน้าทวงคืนที่ดินสาธารณะให้ประชาชน
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย มอบหมายให้ นายสุธรรม สามทอง รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นายเสกสรรค์ สีสอาด รองปลัดเทศบาล นายพัลลภ มีเพียร นิติกรชำนาญการ เทศบาลนครเกาะสมุย นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมเครื่องจักร เข้าปฏิบัติการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินสาธารณประโยชน์ หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) แปลงพรุเฉวง หมู่ที่ 2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ประมาณ 565 ไร่ 38 ตารางวา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ฝ่ายปกครอง และ กอ.รมน.ภาค 4 (พื้นที่เกาะสมุย) ร่วมดูแลความปลอดภัย
สำหรับพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นที่สาธารณะและมีหนังสือ น.ส.ล. กำกับชัดเจน แต่มีผู้บุกรุกเข้ามาล้อมรั้วกั้นอาณาเขต และสร้างเพิงไม้เพื่อประกอบธุรกิจบาร์ แม้ทางผู้ดูแลจะอ้างสิทธิ์ว่าเป็นพื้นที่ข้อพิพาทอยู่ในชั้นศาลปกครอง แต่นิติกรเทศบาลได้ชี้แจงขั้นตอนตามกฎหมาย และดำเนินการรื้อถอนทันที

โดยที่ผ่านมาขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เทศบาลออกคำสั่งรื้อถอนอาคาร (ค.6) และแจ้งเจ้าของอาคารให้รื้อถอนเองภายใน 30 วัน ผู้บุกรุกได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ แต่ปัจจุบันคำสั่งอุทธรณ์ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสั่งรื้อถอนมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เทศบาลได้ติดประกาศกำหนดวันเข้าทำการรื้อถอนเองเนื่องจากเจ้าของเพิกเฉย วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมายและรื้อถอนอาคารเพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชน

นายพัลลภ มีเพียร นิติกรชำนาญการ เทศบาลนครเกาะสมุย กล่าวว่า ตรงนี้เป็นที่ ‘พรุเฉวง’ ซึ่งมีสภาพเป็นที่สาธารณประโยชน์ หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ น.ส.ล. แล้วปรากฏว่ามีผู้บุกรุก เข้ามาก่อสร้างอาคารในพื้นที่ที่เป็นสาธารณประโยชน์ ในส่วนของอาคารเราก็ได้ดำเนินการออกคำสั่งให้เขาเข้ารื้อถอน แต่เขาไม่รื้อถอน แล้วเขาก็ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ จนปัจจุบันคำสั่งอุทธรณ์ต่าง ๆ ก็ออกมาแล้ว เราเลยมาปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย ในเรื่องของการรื้อถอนอาคารที่ผิดกฎหมายที่สร้างในที่สาธารณประโยชน์ เพื่อคืนที่สาธารณประโยชน์ตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไป
เทศบาลนครเกาะสมุยยืนยันว่าจะไม่หยุดเพียงแค่พื้นที่พรุเฉวงเท่านั้น ในเกาะสมุยยังมีอีกหลายที่ที่เรากำลังตรวจสอบข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นที่สาธารณะชายหาด หรือพรุสาธารณะอื่น ๆ เช่น พรุบางรัก พรุหน้าเมือง และพรุป่าโหลง หากพบการบุกรุกจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป นายพัลลภ กล่าว


