ปชช.ทยอยกลับบ้าน หลังจังหวัดประกาศให้กลับได้ บางส่วนยังไม่เชื่อใจเขมร รอครบ 72 ชม.ก่อน
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก จ.สุรินทร์ ได้ประกาศแจ้งให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยมีข้อปฏิบัติและคำแนะนำสำคัญ 1.เดินทางด้วยความระมัดระวังขอให้ทยอยเดินทาง ไม่ต้องรีบเร่ง เพื่อลดการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุ 2.กลับตามความสมัครใจ ท่านที่ยังไม่มั่นใจ หรือยังไม่ประสงค์จะกลับ สามารถพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวต่อได้
3.เตรียมรับการเยียวยา ภาครัฐกำลังเร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่ เพื่อดำเนินการเยียวยาตามระเบียบราชการโดยเร็วที่สุด 4.ความปลอดภัยต้องมาก่อน หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยหรือระเบิดตกค้าง ห้ามแตะต้องเด็ดขาดให้รีบแจ้งฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้ทันที 5.ติดตามข่าวสารต่อเนื่อง หากมีเหตุฉุกเฉินเพิ่มเติม จะมีระบบแจ้งเตือนภัยทันที เพื่อให้อพยพกลับสู่พื้นที่ปลอดภัยได้ทันเวลา
ทั้งนี้ พบว่าประชาชนตามศูนย์พักพิงชั่วคราวต่างๆ เริ่มเก็บสิ่งของขึ้นรถยนต์ส่วนตัว เดินทางกลับบ้านเป็นจำนวนมาก แม้ยังไม่มั่นใจและไม่เชื่อใจกัมพูชาอยู่ แต่ต่างเป็นห่วงบ้านและสัตว์เลี้ยง จึงรีบเดินทางกลับทันที หลังจาก จ.สุรินทร์ ออกประกาศดังกล่าว
โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่พบว่าประชาชนต่างเก็บสัมภาระสิ่งของใส่รถยนต์ส่วนตัว เตรียมเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก เหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ และรอให้ครบ 72 ชั่วโมง ของการหยุดยิงก่อน
นางสำรวม ตามหมู่ดี อายุ 57 ปี ชาวบ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนเองอยากกลับบ้าน แต่ยังไม่มั่นใจและไม่เชื่อใจกัมพูชา เพราะในหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทตาควาย พบจรวด BM-21 ตกใส่กว่าสิบลูก ไม่รวมพื้นที่ไร่นา สวนยางพารา และป่าอ้อย จึงรอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และเก็บกู้ในพื้นที่หมู่บ้านก่อน อีกทั้งต้องรอเผาศพเพื่อนบ้าน ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวใน รพ.สุรินทร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา
“เราอพยพมาด้วยกันก็ต้องรอส่งเพื่อนบ้านขึ้นสวรรค์กันก่อน ใจจริงก็อยากกลับบ้านไปฉลองปีใหม่ แต่รอดูให้ครบ 72 ชั่วโมงก่อน ขอเป็นกำลังใจให้กับทหารไทย เอาแผ่นดินไทยกลับมาให้หมด อย่ายอมเขมร เชื่อไม่ได้ ขอให้ปลอดภัยทุกคน ขอบคุณที่รักษาแผ่นดินไทยไว้ให้คนไทยทุกคน”
ขณะที่ นางประยูร ยิ่งชูรส อายุ 62 ปี ชาวบ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได อ.พนมดงรัก ก็รอกลับพร้อมกัน และไม่เชื่อใจเขมร
นายเมา ณ.ราชรัมย์ ชาวบ้านรุน ต.บักได อ.พนมดงรัก กล่าวว่า ไม่เชื่อใจกัมพูชา แต่จำเป็นต้องกลับ เพราะเป็นห่วงสัตว์เลี้ยง ที่อดอาหารตายไปหลายตัว ถ้ามีเหตุการณ์อีกค่อยกลับคืนมา และให้กำลังใจทหารไทยที่ปกป้องและสละชีพเพื่อแผ่นดินไทย

