หน้าแรก ภูมิภาค จนท.อุทยานเกา...

จนท.อุทยานเกาะลันตาจับนักท่องเที่ยวลักลอบยิงปลาในเขต หลบหนีได้ 4 ราย

7.05.17 | 11:02 น.

นายกรรณเกษม มีสุข หน.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น.เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ออกตรวจปราบปรามป้องกันการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณเกาะห้า (ตุกนลิมา) พบเรือยอชต์ 1 ลำ จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบชาย 2 คน ร่วมกันดำน้ำยิงปลาและถ่ายรูปอยู่บริเวณเกาะห้า จึงทำการจับกุมและตรวจยึดอุปกรณ์การกระทำผิดดังกล่าว และนำผู้ต้องหามาที่เรือยอชต์ พบชายอีก 3 คน เป็นเด็ก 1 คน และผู้ใหญ่ 2 คน จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดมายังหน่วยพิทักษ์ฯที่ ลต.3 (คลองทราย)


ผู้ถูกจับกุมชื่อ นายวริทธิ์นนท์ โปรานานนท์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/2 ม.1 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เข้ามาทำการสอบสวนและจัดทำบันทึกการจับกุม ส่วนอีก 4 คนรออยู่บนเรือ เนื่องจากเรือกินน้ำลึกไม่สามารถเข้ามายังหน่วยพิทักษ์ฯที่ ลต.3 (คลองทราย) ได้ ซึ่งปรากฏว่าผู้กระทำผิดทั้ง 4 คนพร้อมเรือยอชต์และเรือยางหนีไป อุปกรณ์การกระทำผิด เรือยาง จำนวน 1 ลำ ปืนยิงปลาพร้อมเหล็ก spear จำนวน 1 ชุด กล้องดำน้ำ Go Pro จำนวน 1 ตัว อุปกรณ์ดำน้ำลึก จำนวน 2 ชุด วิทยุสื่อสาร ยี่ห้อ icom จำนวน 1 เครื่อง ปลาเก๋าน้ำหนัก 10 กิโลกรัม

ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(3) ,(13),(15) ฐานนำสัตว์ออกไปหรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์, ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และหมวด 5 บทกำหนดโทษมาตรา 24, 29 คณะเจ้าหน้าที่มีความเห็นร่วมกันว่าจากกรณีผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เจตนาจะหลบหนี ได้นำเรือยอชต์และเรือยางของกลางหลบหนี จึงแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่หลบหนีทั้ง 4 คน เพิ่มตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้นได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 142 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใดๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึดรักษาไว้ หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลักฐาน หรือเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าเจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์หรือเอกสารนั้นไว้เอง หรือสั่งให้ผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งหรือรักษาไว้ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ