ของขวัญปีใหม่ตรงไหน! ชาวบ้านโวย แก๊สหุงต้มขึ้นราคา จี้รบ.ช่วย หวั่นแบกต้นทุนไม่ไหว
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 จากกรณีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้ตรึงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดย กบง. มอบความสุข เป็นของขวัญปีใหม่ ตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ต่อเนื่อง 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม ถังขนาด 15 กิโลกรัมอยู่ที่ประมาณ 423 บาท แต่ขณะเดียวกันผู้ประกอบการธุรกิจก๊าซ LPG ทั่วประเทศได้รับหนังสือจากบริษัทผู้ส่งก๊าซ LPG ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 แจ้งปรับขึ้นราคาจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ( LPG ) อ้างว่าเนื่องจากภาวะต้นทุนการจัดหาและบริหารการจัดการก๊าซปิโตรเลียมเหลว ( LPG ) มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องปรับราคาจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว ( LPG ) สำหรับลูกค้าประเภทโรงงานบรรจุก๊าซเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและคงไว้ซึ่งมาตรฐานการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การปรับราคาดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กลายเป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ตกลงตรึงราคาหรือเพิ่มราคาแก๊สกันแน่ มอบของขวัญปีใหม่ตรงไหน เพราะราคาขายส่งแก๊ส เริ่มปรับตัวขึ้นราคาแล้ว
ล่าสุดจากการสอบถามไปยังร้านที่เปิดจำหน่ายถังแก๊สและรับเปลี่ยนเติมแก๊สรายใหญ่ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี พบว่าได้ปรับราคาขึ้นตามที่โรงบรรจุก๊าซหุงต้ม นำมาส่ง เนื่องจากบริษัทผู้ส่งก๊าซ LPG แจ้งปรับขึ้นราคา ซึ่งที่ผ่านมา ราคาแก๊สมีแต่เพิ่มขึ้นไม่มีลด ช่วงที่มีข่าวว่าคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้ตรึงราคาขายส่ง 3 เดือน ก็ยังชื่นชมรัฐบาลในการบริหารจัดการมีมาตรการเพื่อตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG อ้างว่ามอบความสุข เป็นของขวัญปีใหม่ แต่กลับปล่อยให้ทำให้มีผลกระทบต่อประชาชนในภาคครัวเรือนเป็นอย่างมาก นี่ไม่ใช่ของขวัญปีใหม่ ที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อ้างว่ามอบความสุข เป็นของขวัญปีใหม่ โดยตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ต่อเนื่อง 3 เดือนแต่กลับปล่อยให้บริษัทผู้ส่งก๊าซ LPG แจ้งปรับขึ้นราคา มาอย่างเร่งด่วน ในเมื่อราคาต้นทุนสูงขึ้น ผู้ประกอบการโรงงานบรรจุก๊าซ LPG คงแบกภาระไม่ไหวก็ต้องปรับราคาขึ้น ภาระก็ต้องตกที่ประชาชน ซึ่งก็ทำได้เพียงภาวนาไม่ให้ราคาขึ้นอีก

ขณะที่ นางสาวนภาภรณ์ อายุ 45 ปี ชาวจ.อุบลราชธานี เจ้าของร้านอาหารในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี กล่าวว่าตามที่ กบง.ประกาศตรึงราคาแก๊สหุงต้ม 3 เดือน ความเป็นจริงแล้วไม่สอดคล้อง และก็สวนทาง เนื่องจากราคาแก๊สหุงต้มมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลได้ทำอย่างที่ได้มีประกาศตรึงราคาแก๊สหุงต้มไว้ 3 เดือนเหมือนเดิม แต่ทำไม่ถึง ทำไม่ได้ ตามที่ประกาศไว้ อยากให้รัฐบาลออกมาช่วยเรื่องนี้ เพราะค่าแก๊สเป็นเรื่องสำคัญมาก พ่อค้า แม่ค้า จำนวนมากที่ขายอาหาร ถึงกับจะถอดใจเลยกับการขายอาหาร เพราะสู้ราคาต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบไม่ไหว ขึ้นราคาอาหาร ลูกค้าก็บ่นและก็มีคนมาซื้อทานน้อยลง เพราะต้องขึ้นราคาแพงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ลูกค้าส่วนใหญ่รายได้ไม่เพิ่มแถมยังลดลง
ด้านนายพงษ์พิสุทธิ์ อายุ 25 ปี พ่อค้าขายปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาแก๊สสูงขึ้นแล้ว ทางร้านเองมีผลกระทบ ต้องเพิ่มราคาขึ้น เช่นจากเคยขายถุงละ 10 บาท ก็ต้องเพิ่มขายเป็นถุงละ 12 บาทตามราคาแก๊สที่เพิ่มขึ้น ถ้าไม่ขึ้นราคาก็จะสู้ราคาแก๊สที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว เพราะต้องใช้แก๊สเป็นประจำ ใช้ทุกวัน
นางสาวอุษณีย์ อายุ 56 ปี เจ้าของร้านขายผัดไทย ขายในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ระบุว่า แก๊สขึ้นราคาส่งผลให้ได้กำไรน้อยลง คงจะขึ้นราคากับลูกค้าไม่ได้ คงจะได้แต่ลดปริมาณลง ก็ต้องอยู่กันไปให้ได้ในสังคมนี้ก็ต้องสู้ต่อไป แต่ก็ไม่อยากให้ขึ้นราคาแก๊ส

นางชวนพิศ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านขายกล้วยทอด มันทอด และขนมไข่เต่า รถพ่วงข้าง ขายในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ระบุว่า เรื่องราคาแก๊สหุงต้มขึ้นราคานั้น เห็นจากข่าวว่ามีการตรึงราคาไว้ 3 เดือน แต่วันนี้พ่อค้าที่มาส่งแก๊สบอกปรับเพิ่มราคาอีกถังละ 10 บาท ขณะนี้วัตถุดิบในการทำทุกอย่างต่างพาเหรดกันขึ้นราคาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมันที่มีการขึ้นราคาต่อเนื่องโดยเฉพาะปีนี้ รวมทั้งน้ำมันปาล์มที่ใช้ทอด น้ำตาล แป้ง และอื่นๆ ทำให้ต้องปรับตัวโดยจำเป็นต้องลดจำนวนชิ้นลง เมนูละ1ชิ้น แต่ราคา 20บาทเท่าเดิม ไม่เช่นนั้นก็สู้ไม่ไหว หากจะเพิ่มราคาก็เห็นใจลูกค้าที่ต้องซื้อแพงขึ้น อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องราคาแก๊ส ราคาสินค้าให้สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะตนเองก็ไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร
ด้านนายบดินทร์ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าการขึ้นราคาก๊าซหุงต้มนี้ เป็นการซ้ำเติมภาระของประชาชน ซึ่งหนักหนาสาหัสมาก ประชาชนจำนวนมากได้บ่นถึงความยากลำบากในเรื่องราคาพลังงาน ก๊าซหุงต้ม ที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับรัฐบาลที่ประกาศตรึงราคา 3 เดือน


