หน้าแรก ภูมิภาค เผยเหตุ สปีดโ...

เผยเหตุ สปีดโบ๊ตระเบิด ไฟไหม้จนเชือกขาด ลอยไปชนเรือใกล้เคียง ลุกลามเสียหาย 23 ลำ

7.01.26 | 08:28 น.

เผยต้นเหตุเพลิง สปีดโบ๊ตระเบิด ไฟไหม้จนเชือกขาด กระแสลม คลื่นซัด ทำให้ลอยไปชนกับเรือใกล้เคียง เลยไหม้ลุกลาม ทำเสียหาดทั้งหมด 23 ลำ

จากกรณีเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 7 มกราคม เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวฉลองอำเภอเมืองภูเก็ต (ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต) ทำให้เรือสปีดโบ๊ตเสียหายเกือบ 10 ลำ เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุนั้น

อ่านข่าว :ไหม้เรือสปีดโบ๊ตเกือบ 10 ลำ ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง ภูเก็ต คุมเพลิงในวงจำกัดได้แล้ว จนท.เร่งหาสาเหตุ

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่จ.ภูเก็ต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานเบื้องต้น จุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้ครั้งนี้ เกิดจากเรือสปีดโบ๊ตลำหนึ่งเกิดการระเบิดและลุกไหม้อย่างรุนแรง ก่อนที่เชือกผูกเรือจะขาด ส่งผลให้เรือที่ไฟไหม้ถูกกระแสลมและคลื่นทะเลพัดไปชนเรือลำอื่นที่จอดอยู่ใกล้เคียง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

Advertisement

ทั้งนี้เหตุเพลิงไหม้เรือในครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างมาก เพราะเปลวไฟสีแดงฉานและกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลถึงบริเวณวงเวียนห้าแยกฉลอง และบริเวณเขาขาด ตำบลวิชิต และปรากฏว่า มีเสียงระเบิดจากถังน้ำมันเรือเป็นระยะ ๆ ทำให้หลายคนต้องรีบออกมาดูสถานการณ์และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

อย่างไรก็ดี จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุและเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นพบความเสียหายเรือทั้งหมด 23 ลำซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือที่ใช้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยววันเดย์ทริปในพื้นที่เกาะเฮ เกาะราชาใหญ่ และเกาะพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดภูเก็ต นับเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลของภูเก็ต โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

สำหรับการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง พร้อมหน่วยกู้ภัย และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต เทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก อบจ.ภูเก็ต ได้ระดมกำลังรดน้ำและ รถดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธี ฉีดน้ำสกัดเพลิง ตัดเชือก และแยกเรือออกจากกันให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในวงจำกัด เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะเดียวกันได้มีการปิดกั้นพื้นที่บางส่วนเพื่อความปลอดภัย และเตรียมประเมินมูลค่าความเสียหายที่คาดว่าจะสูงหลายสิบล้านบาท

สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของการระเบิดและเพลิงไหม้ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุปและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป

แหล่งข่าวในวงการท่องเที่ยวทางทะเลจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้กลุ่มเรือสปีดโบ๊ตในครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตมาก ในเบื้องต้นนั้นเนื่องจากเมื่อเกิดเพลิงไหม้จากเรือหนึ่งลำและลุกลามไปยังเรือที่จอดข้างเคียงเป็นจำนวนมากถึง 23 ลำนั้น เพราะผู้ประกอบการในท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตใช้เป็นพื้นที่จอดเรือบริเวณท่าเรือเทียบเพื่อการท่องเที่ยวอ่าวฉลองติดกันอย่างหนาแน่น

เมื่อเกิดเพลิงไหม้จึงมีส่วนทำให้ไฟลุกลามเสียหายหลายลำประกอบกับเป็นช่วงที่น้ำทะเลลง เรือดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ไม่สามารถเข้าไปสกัดเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนจาก รถน้ำและรถดับเพลิงจากเทศบาลในพื้นที่หลายแห่ง

อย่างไรก็ดี จากเหตุการณ์เพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ตในครั้งนี้ จึงอยากจะเสนอให้มีการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะติดตั้งท่อน้ำดับเพลิงไปยังบริเวณจุดใกล้เคียงกลุ่มเรือสปีดโบ๊ตหรือเรือยอช์ตที่จอดอยู่ในท่าเรือรวมทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตจำเป็นจะต้องจัดเตรียมวัสดุโฟมหรือบูมล้อมเพื่อป้องกันปัญหา น้ำมันเชื้อเพลิงจากเรือที่รั่วไหลหลังจากเกิดเพลิงไหม้รวมไปถึงลำเลียงซากเรือสปีดโบ๊ตขึ้นมาจากพื้นที่น้ำทะเลเพื่อป้องกันปัญหาการเกิดมลพิษกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวฉลองและใกล้เคียง

ในขณะเดียวกันยังทราบว่าส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการเจ้าของเรือสปีดโบ๊ททำประกันนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ไม่มีการประกันตัวเรือสปีดโบ๊ตในเรื่องนี้ทาง คปภ. จังหวัดภูเก็ตตลอดจนหน่วยงานของกรมเจ้าท่าจะต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดกวดขันให้เจ้าของกิจการรับผิดชอบดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย

นอกจากนี้เนื่องจากว่าเกิดความเสียหายกับกลุ่มผู้ประกอบการการท่องเที่ยวทางทะเลหน่วยงานภาครัฐจำเป็นจะต้องเข้ามาร่วมแก้ไขเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยเนื่องจากหรือสสปีดโบ๊ตแต่ละลำนั้นมีมูลค่าสูงถึงลำละ 2,000,000-3,000,000 บาท ทีเดียว และการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลในวันนี้ไปยังเกาะแก่งต่างๆการให้บริการนักท่องเที่ยวจำเป็นจะต้องงดไปโดยปริยาย