ชาวบ้านแนวชายแดน เร่งนำยางพาราไปขาย ตุนเงินไว้ใช้ เผื่อต้องอพยพรอบ 3 ไม่เชื่อเขมรทำปืนลั่น
วันที่ 7 ม.ค.2569 จากกรณีจ่าสิบเอก ปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อย ร.6021 ถูกสะเก็ดระเบิดจากกระสุนปืน ค.ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวา ระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณเนิน 469 – ฐานภูมิมะละกอ ในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 ม.ค.
ในเวลาต่อมาฝั่งประเทศกัมพูชาอ้างว่าทหารเมาแล้วทำปืนลั่นตกมายังฝั่งไทย จนกระทั่งมีการแถลงเป็นเอกสารของฝั่งกัมพูชาระบุว่า กองกำลังของกัมพูชา ได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ฐานที่ตั้งและทำความสะอาดโดยการเผาขยะภายในเขต ระหว่างนั้นได้เกิดเหตุระเบิดของกระสุนชนิด DKZ ที่ตกค้างอยู่ในกองขยะ ส่งผลให้ทหารกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณนั้น ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเล็กน้อย รวม 2 คน
เหตุการณ์ดังกล่าวถึงแม้ฝั่งประเทศกัมพูชา ชี้แจงถึงความผิดพลาดมาแล้วก็ตาม แต่คนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่แนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ต่างไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้กับคำกล่าวอ้างของฝั่งกัมพูชา เกษตรกรต่างเร่งนำผลผลิตทางการเกษตรของตัวเองที่มีอยู่ออกมาขาย เพื่อเอาไว้เป็นทุนสำรองหากต้องอพยพรอบ 3
นางชุติการณ์ อายุ 59 ปี ชาว ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เกษตรกรปลูกยางพารา บอกว่า ตอนนี้กรีดยางได้เท่าไหร่เอามาขายให้หมด เอามาเป็นทุนหากต้องอพยพอีกรอบยอมรับว่ายังกังวนหลังผู้ใหญ่บ้านลงเหตุการณ์ในไลน์กลุ่ม
เช่นเดียวกับนางสำรวม อายุ 48 ปี ชาวต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ทำสวนยางพารา 4 ไร่ จึงเร่งเอายางก้อนมาขายเพราะเกรงว่าจะมีการปะทะกันเป็นรอบที่ 3 ต้องตุนเอาเงินก้อนเอาไว้ก่อน เพราะการอพยพทุกครั้งต้องมีค่าใช้จ่าย
นางสำรวม เล่าด้วยว่า ส่วนตัวมองว่า คงไม่จบ เพราะเขมรมันเชื่อใจไม่ได้ ตนเคยค้าขายกับคนฝั่งเขมรรู้ดี ถ้าเขาขึ้นมาซื้อสินค้าเรามักจะหยิบของเราไปถ้าไม่ระวัง เรียกว่าเผลอไม่ได้
ด้านนายไพรวัลย์ อายุ 56 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นทหารมาก่อน ลูกปืน ค.ที่ตกมาใส่ทหารไทย จากการเผาขยะตามที่เขมรกล่าวอ้าง ตนไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ มันจะแม่นอะไรขนาดนั้น ที่พุ่งข้ามมาใส่ทหารไทยได้ จะเชื่อได้อย่างไรทหารเขมร ประกาศหยุดยิงเพื่อหายใจแล้วเติมกำลัง เติมอาวุธประชิดชายแดน ตนไม่เชื่อ

